ดราม่า! หิ้วโดนัท 12 ชิ้น ทำเด็ก ม.4 โรงเรียนสตรีชื่อดัง เซ็นใบลาออก

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNC8yMTczNDAyLzEuanBnLmpwZw==

แม่จูงมือลูกสาวชั้น ม.4 เซ็นใบลาออกจาก ร.ร.สตรีนนทบุรี แล้วหลังเกิดคดีดราม่า “โดนัท 12 ชิ้น” กลายเป็นเรื่องลุกลามถึงขั้นทำให้เกิดอับอาย จนไม่สามารถร่ำเรียนต่อไปได้

จากกรณี มารดาได้พาบุตรสาววัย 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนสตรีนนทบุรี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนว่าถูก รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง บีบคั้นให้ลาออกจากโรงเรียน เพื่อไปเรียนที่อื่น สาเหตุเพียงแค่นักเรียนหญิงรายนี้นำโดนัท 12 ชิ้น เข้ามาในโรงเรียนเพื่อเลี้ยงเพื่อนสนิทในวันเกิด แล้วถูก รปภ.หญิงลากตัวไปพบรอง ผอ.ฝ่ายปกครอง กระทั่งถูกต่อว่าถากถางไล่ให้ไปเรียนที่อื่น ทั้งยังส่งหนังสือลาออกฝากไปกับเพื่อนสนิทเพื่อให้มาเซ็นลาออกด้วย จนมารดาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเข้าร้องเรียน

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ห้องประชุมใหญ่โรงเรียสตรีนนทบุรี น.ส.ศศิประภา (สงวนนามสกุล) พร้อมด้วยบุตรสาว ได้มาพบ นายธนะสิทธิ์ ศิริวรธรรม ผอ.โรงเรียน เพื่อเจรจาหาทางแก้ไข ก่อนจะเรียก น.ส.สมปอง (สงวนนามสกุล) รปภ.หญิงรายนี้ ขึ้นมาสอบถาม

ซึ่งน.ส.สมปอง เล่าว่า เหตุการณ์ในวันนั้นตนเองกำลังทำหน้าที่อยู่ที่ป้อมยามหน้าประตู สังเกตเห็นมีผู้ปกครองนำขนมโดนัทใส่กล่องสีขาวลักษณะคล้ายกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุยื่นผ่านรั้วประตูให้น้องเขา จึงได้เดินไปจูงมือและพาตัวมาพบอาจารย์รอง ผอ. ฝ่ายปกครอง โดยไม่มีการฉุดกระชากลากแขนแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าจับมือไว้ไม่ปล่อย เพราะเคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย พอปล่อยมือก็จะวิ่งหลบหนีขึ้นห้องเรียนหายไป

จากนั้น น.ส.ศศิประภา ได้พูดสวนโต้ขึ้นมาว่า ลูกสาวยืนยันถูกลากแขนจริงๆและขอเดินเองไม่ต้องล็อกแขน เพราะอายเพื่อนๆในโรงเรียนเหมือนกับว่าไปทำผิดร้ายแรงมา ระหว่างนั้น น.ส.สมปอง จึงยกมือขึ้นไหว้ พร้อมกล่าวขอโทษ ผอ.โรงเรียนจึงว่ากล่าวตักเตือนไป

ต่อมา นายธนะสิทธิ์ ได้เรียก นางประนอม (สงวนนามสกุล) รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง มาพูดคุยกับ น.ส.ศศิประภา และลูกสาว โดยอาจารย์ประนอมยอมรับว่า ตักเตือนเด็กจริงและไม่คิดว่าเด็กจะคิดมากจนถึงขั้นลาออก ต้องขอโทษคุณแม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนหนังสือลาออกทางฝ่ายทะเบียนเห็นว่าเด็กไม่มาเรียนหลายวันแล้ว และแจ้งว่ามีความประสงค์จะลาออกจึงฝากหนังสือไปกับเพื่อนสนิท ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องราวในภายหลัง

สุดท้าย น.ส.ศศิประภา และลูกสาว ได้แจ้งว่าปรึกษากันแล้ว หากยังเรียนอยู่ที่นี่อีกก็คงอายเพื่อนๆ อีกทั้งสภาพจิตใจก็ย่ำแย่ตั้งแต่เกิดเรื่อง จึงมาขอเซ็นใบลาออกดีกว่า ทางโรงเรียนจึงนำหนังสือยินยอมให้ลาออกมาให้ทั้งคู่เซ็นก่อนจะแยกย้ายกันไปทั้งสองฝ่าย

สยอง3ศพ!คนขับรถพ่วงวูบหลับเสยจักรยานหนุ่มสาว ล้อทับร่างซ้ำดับสลดคาถนน

201702031339385-20090121143059-696x449

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.วีรวิทย์ ลภัสจารุสกุล รอง ผกก.สอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถพ่วงเทรลเลอร์ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เฉี่ยวชนรถจักรยาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม หน้าหมู่บ้านสวนทิพย์อยู่ติดร้านขายกล่องไปรษณีย์ กล่องพัสดุ หมู่1 ต.ยายชา อ.สามพราน จ.นครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบ เหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พ.ต.ท.ครรชิต โขวัฒนชัย สวป. แพทย์เวรโรงพยาบาลสามพราน หน่วยกู้ชีพกู้ภัยและ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนบนสะพานข้ามคลองบางกระออม ในช่วงเลนซ้ายสุด พบผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ เป็นชาย 2 และหญิง 1 ทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายพินเกโม อายุ 27 ปี สัญชาติพม่า 2.นายวินเอ อายุ 29 ปี สัญชาติพม่า 3.น.ส.เยเยโซ อายุ 23 ปี สัญชาติพม่า สภาพศพทั้ง 3 ถูกรถทับร่างจนแหลก แขนขาหักจนผิดรูป ใบหน้าเละ ที่พื้นถนนมีชิ้นเนื้อและรอยเลือดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

201702031339384-20090121143059

นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานจำนวน 2 คัน ล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังยับเยิน ล้อบิดเบี้ยว ที่เกิดเหตุไม่พบรถคู่กรณีคาดว่าหลบหนีไป โดยมีประชาชนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกต่างมุงดูกันจำนวนมาก รวมทั้งสาวโรงงานที่เป็นสัญชาติเดียวกันกับผู้ตาย มายืนดูด้วยความเศร้าโศกเสียใจ เจ้าหน้าที่ใช้เชือกกั้นผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณ พร้อมเก็บหลักฐานและนำศพส่งชันสูตรต่อที่โรงพยาบาล

จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานทราบว่า ผู้ตายทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนกัน พักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 1 กิโลเมตร ปกติในช่วงเช้าก็จะชวนกันขี่รถจักรยานมาทำงานเป็นประจำ เพราะเป็นพนักงานโรงงานผลิตปลากระป๋อง

ก่อนเกิดเหตุมีคนเห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีรถพ่วงเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์วิ่งมาถนนสายดังกล่าวด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงจังหวะที่ผู้ตายทั้ง 3 ขี่รถจักรยานมาพอดี จู่ๆรถบรรทุกได้พุ่งเข้าชนอย่างจัง เป็นเหตุให้รถจักรยานล้ม คนกระเด็นตกถนน จากนั้นล้อรถบรรทุกทับร่างจนแหลกแล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปทันที

201702031339387-20090121143059-696x464

ทางด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว เปิดเผยว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า รถคันที่ก่อเหตุเป็นรถพ่วงเทรลเลอร์ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ มีตัวตู้คอนเทอร์เนอร์สีน้ำตาล หลังเกิดเหตุขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าเมืองนครปฐม ซึ่งขณะนี้ประสานชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตามจุดต่างๆ ที่เป็นเส้นทางผ่านของรถบรรทุก ทำการเช็คหมายเลขทะเบียนว่าเป็นรถบริษัทใดเพื่อหาผู้ครอบครอง แล้วติดตามตัวคนขับรถมาดำเนินคดี

จากนั้นเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางชุดสืบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้กระจายกำลังออกตามหารถบรรทุกคันที่ก่อเหตุ ปรากฏว่าพบรถบรรทุกต้องสงสัยเป็นรถพ่วงเทรลเลอร์ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-8538 สระบุรี ตัวพ่วง 70-3096 สระบุรี ที่หน้ารถมีรอยยุบ บริเวณล้อรถแถบซ้ายมีคราบเลือด เส้นผมและชิ้นเนื้อติด จอดอยู่ภายในโรงงานหมู่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 6 กิโลเมตร

โดยมีนายจำลอง บริบูรณ์อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 6 ต.นางตะเคียน อ.เมืองจ.สมุทรสงคราม คนขับรถยืนอยู่บริเวณใกล้เคียง แสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนขับรถไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.โพธิ์แก้ว

นายจำลอง ให้การรับสารภาพว่า ตอนนั้นยังเป็นช่วงเช้าตรู่ ตนเองขับรถพ่วงมาตามถนนเพชรเกษม บรรทุกเคมีมาจากแหลมฉบัง จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไปบริษัทที่อ.สามพราน เพื่อมาส่งสินค้า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดวูบหลับใน นึกว่าชนตอหม้อหรือขับเฉี่ยวชนกับสิ่งของบางอย่างจึงไม่ได้หยุดดู และขับต่อมาถึงบริษัท ส่งสินค้าจนเสร็จ

จากนั้นเดินมาสำรวจที่รถพบว่ามีร่องรอยการเฉี่ยวชน และมีเส้นผมติดอยู่ จึงทราบว่าเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในโรงงานพอดีด้วย โดยถูกตั้งข้อหาขับรถในทาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือหรือหลบหนี เป็นเหตุให้บุคคลอื่นเสียชีวิต

สาวใจบุญแต่งงานสามีอังกฤษ ไม่ลืมบ้านเกิดกลับไทยเอาเงินช่วยเหลือเด็ก คนยากไร้

 

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติเป็นเจ้าของธุรกิจรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่นให้กับโรงงานกล่องต่างๆ ได้นำเงินมาช่วยเหลือชาวบ้านใน จ.บุรีรัมย์ จากการตรวจสอบ พบว่า หญิงรายดังกล่าวคือ นางดารณี พรหมพันธ์ อายุ 57 ปี และนายทิมโมที เฮนเดอร์สัน อายุ 27 ปี สามีชาวประเทศอังกฤษ โดยนางดารณี เปิดเผยว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช มีสามีเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษ ได้ริเริมโครงการดังกล่าวจากการทำบุญคล้ายวันเกิดของตนเอง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และมาเริ่มที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เพราะได้รับความข้อมูลจากเพื่อนสนิท ที่มาเป็นนายอำเภออยู่ที่ อ.บ้านด่าน ว่า มีชาวบ้านที่ยากลำบาก

 

“หลังจากทราบข้อมูล สถานที่ ตามที่รับรายงาน ก็จะเดินทางมาดูด้วยตนเอง หากเป็นจริงก็จะทำการช่วยเหลือ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาหาร และอื่นๆ โดยมีหลักเกณฑ์ คือนักเรียนระดับประถม จะได้รับเงินรายเดือนๆละ 500 บาท ระดับมัธยม จะได้รับเงินเดือนๆละ 1,000 บาท และระดับปริญญาตรี จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท ไม่รวมค่าอื่นๆตามกล่าวข้างต้น โดยจะส่งเรียนไม่มีขีดจำกัดระดับถึงปริญญาเอก หากเด็กทำได้”นางดารณี กล่าว

 

 

นางดารณี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา 2 ปี ได้มีชาวฝรั่งเศสและอังกฤษ ในแถบยุโรป เห็นโครงการแล้วยังยื่นมือเข้ามาช่วยอีกทางหนึ่งด้วย เชื่อว่าโครงการนี้จะไปได้ยาวนาน โดยตั้งแต่เริ่มโครงการได้รับเด็กไว้อุปการะแล้ว 17 คน รู้สึกมีความสุขที่มาเยี่ยม พบเห็น และได้ช่วยเหลือ โดยยังจะทำโครงการนี้ไปอย่างต่อเนื่อง เพราะตนเองกับสามี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอยู่แล้ว อยากจะแบ่งปันช่วยเหลือสังคมให้ชีวิตเราเองมีความสุขในการให้
ทั้งนี้ พบว่า นางดารณี ได้นำเงินมาเป็นค่าก่อสร้างบ้านจำนวน 60,000 บาท ให้กับนางบุญมี ชะอุ่มรัมย์ อายุ 63 ปี บ้านเลขที่18 ม.14 บ้านโนนเจริญ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากบ้านหลังเก่าทรุดโทรม มีฐานะยากจน และต้องรับผิดชอบหลานอีก 2 คน ที่พ่อแม่แยกทางกัน นอกจากนี้ ได้รับอุปการะด.ญ.อรวรรณ จรดรัมย์ อายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้นป.4 โรงเรียนบ้านตะโคง และด.ญ.อุทัยวรรณ สร้อยสุวรรณ อายุ 7 ปี นักเรียนชั้นป.1 ด้านชุดนักเรียน ค่าใช้จ่ายประจำเดือน รวมถึงค่าอุปกรณ์การเรียนทุกชนิด และจะส่งเรียนให้จบในระดับสูงสุดไม่มีขีดจำกัดของความสามารถของเด็กทั้ง 2 คน

เม้าท์วงใน! แฟนใหม่ ปู ไปรยา หล่อและรวยมาก

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzMC8yMTU0NzA2LzkwMC5qcGc=

กลายเป็นประเด็นให้จับตาอีกแล้ว สำหรับเรื่องราวความรักของสาวเซ็กซี่ที่เพิ่งโกอินเตอร์อย่าง ปู ไปรยา หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ตามลุ้นอยู่นานว่าน่าจะมีการรีเทิร์นเลิฟอีกรอบกับอดีตคนรัก โน้ต วิเศษ แต่ล่าสุด (18 ม.ค.) เฟซบุ๊กเพจ สตรอว์นิวส์ ได้ออกมาเขียนข่าวเม้าท์ว่าปู ไปรยา มีแฟนใหม่แล้ว เป็นฝรั่งหนุ่มหล่อบ้านรวยเจ้าของบริษัทผลิตกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์ เพอร์เฟคระดับมหาเศรษฐี

“#เม้าส์มอย หอยกาบ
by…น้องมังคุดมุดรั้ว
ข่าวด่วนๆๆๆ มาแล้วจ้า
ช่าวนี้ชัวร์ไม่มั่วนิ่ม สายสืบเพื่อนน้องมังคุด ส่งข่าวมาไกลจากอเมริกา คุยผ่านไลน์กันไฟแลบ!! ถึงเรื่องนางเอกสาวสวยสะพรึงวิก7สี “ปู-ไปรยา” ใครที่ยังลุ้นว่านางจะลมพัดหวลมาคบกับอดีตแฟนหนุ่ม”โน๊ต”
ขอบอกว่างานนี้หมดสิทธิ์แน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะอีเพื่อนสาว ที่โทรไลน์สายตรงมันเม้าส์ให้ฟังว่า นางเอก ปู-ไปรยา หัวใจไม่โสดแล้วจ้า ได้หนุ่มฝรั่ง สมาร์ท หล่อ เพอร์เฟค รวยระดับ มหาเศรษฐี มีเกาะส่วนตัว ด้วยนะเธอ โอ้โห! นี่นางเอกของเราโกอินเตอร์ของจริง มีแฟนเป็นฝาหรั่ง รวยระดับนี้ ใครๆก็ต้องอิจฉา เห็นว่าซุ่มคบหากันมาหลายเดือนแล้วด้วย ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าความรักหอมหวานครั้งนี้ไปนั่งสวีทดูดวงดาวที่เกาะส่วนตัวของฝ่ายชายคนรักใหม่ จะโรแมนติกขนาดไหน #เรื่องนี้น้องมังคุด อิจ นางเอก ปู-ไปรยา เป็นอย่างแรง!! ชาตินี้จะหาได้สักคนมั๊ยแบบนี้ ไม่ต้องเอาขนาดเกาะส่วนตัวหรอก แค่ไม่สร้างหนี้ให้กรูก็พอ”

งานนี้จะจริงเท็จอย่างไร คงต้องรอให้ปูออกมาอัพเดทอีกครั้งนะคะ

สลด หนุ่มน้อยใจแฟนส่งภาพร้องไห้ พบอีกทีเป็นศพผูกคอตายแล้ว

00

(6 ม.ค.25660) เมื่อเวลา 16.00 น. ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุชายผูกคอตายเสียชีวิตภายในห้องเลขที่ 145 ชั้น 2 ซอยแจ้งวัฒนะ 11 อยู่แถวบริษัทผลิตกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุหลังโรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี  จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธ์วงศ์  ผกก. มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ

พบเป็นตึกแถว 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องให้เช่า ภายในห้องเลขที่ดังกล่าวพบศพ นายวีระพงษ์ อายุ 25 ปี ใช้เชือกสะพายกระเป๋าผูกกับเหล็กหน้าต่างเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีนางสาวขวัญแฟนสาวกอดศพร่ำไห้ด้วยความเสียใจ  ข้างๆตัวพบโทรศัพท์มือถือผู้ตายมีข้อความส่งถึงแฟนสาวเป็นภาพกำลังร้องไห้เสียใจ โดยข้อความตัดพ้อว่า “จะอยู่ด้วยกันจนตายไปข้างหนึ่ง คำนี้ยังคงอยู่ในใจกูเสมอ มึงเป็นคนเลือกให้กูต้องทำแบบนี้ 5 นาทีสุดท้ายแล้วกูต้องไปจริงๆ  ลาก่อนขวัญ หมดเวลาของคำว่าเราแล้ว ต่อไปนี้คงไม่มีทางอีกแล้ว”

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ตายน้อยใจแฟนสาวที่ทำงานอยู่ร้านอาหาร ส่วยตัวเองยังหางานทำไม่ได้ เลยมักมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำจนแฟนสาวต้องออกไปเช่าห้องเองที่อื่นนานกว่าเดือน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ส่งภาพและไลน์หาแฟนสาวพร้อมทั้งต่อว่าตัดพ้อร้องไห้เสียใจ พร้อมบอกว่าจะฆ่าตัวตายแล้ว จากนั้นก็เงียบหายไป นางสาวขวัญจึงรีบชวนน้องชายไปที่ห้องแต่ไม่ทันการณ์นายวีระพงษ์ได้ผูกคอตายไปเป็นที่เรียบร้อย เบิ้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติเวชก่อนให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ขนส่งพิจิตรจับมือเอกชนติดGPSรถยนต์สาธารณะ

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqyoc8ymtqynjkwlzc1mjgyoc0wms5qcgc

ขนส่งพิจิตร จับมือผู้ประกอบการติด GPS รถยนต์สาธารณะสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน รับปีใหม่ 2560 พร้อมทั้งมีแคมเปญแจกไม้เท้าช่วยพยุงให้กับคนแก่เป็นการกระตุ้นการใช้บริการรถสารธารณะอีกด้วย

นายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงมาตรการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2560 ว่า ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถยนต์สาธารณะ รถบัส รถทัวร์ รถตู้โดยสารและรถบรรทุก ให้ติดตั้งระบบ GPS ในรถเพื่อตรวจสอบข้อมูลของรถโดยสารสาธารณะทุกคันที่ใช้ จ.พิจิตร เป็นเส้นทางผ่านและแวะรับผู้โดยสารเพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นรถของบริษัทใด หมายเลขทะเบียนอะไรวิ่งผ่านเส้นทางใด รถวิ่งออกนอกเส้นทางหรือใช้ความเร็วในการขับขี่เท่าไหร่บ้าง ซึ่งข้อมูลของรถที่ติดตั้งด้วยระบบ GPS ในรถสาธารณะจะถูกส่งมายังศูนย์ควบคุมที่สำนักงานขนส่งจังหวัดพิจิตร

ล่าสุด หลังจากที่ติดตั้ง GPS ในรถสาธารณะและมีการสุ่มตรวจยังพบว่าผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะยังคงใช้ความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยในช่วงแรกได้นำส่งข้อมูลไปยังผู้ประกอบการให้ไปว่ากล่าวตักเตือน แต่หลังจากนี้หากยังคงฝ่าฝืนก็จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายที่กำหนดต่อไป ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2560 อีกด้วย

ล้ำเขตถึงตาย! 2 พ่อค้าแทงดับ เพราะขายของกินพื้นที่

ล้ำเขตถึงตาย! 2 พ่อค้าแทงดับ เพราะขายของกินพื้นที่

 

   พ่อค้าขายของริมฟุตบาทเมืองขอนแก่น เปิดศึกทะเลาะวิวาทใช้ไม้เท้าช่วยพยุงทุบตีและอาวุธมือแทงกันตายและได้รับบาดเจ็บ สาเหตุเกิดจากไม่พอใจกันที่มีการล้ำเขตขายของ

 

เมื่อคืนวานนี้ (11 ธ.ค.) พ.ต.ท.นรวัตน์ คำภิโล รองผู้กำกับการสืบสวน พ.ต.ท.ภูสยาม ลาลังสิต รองผู้กำกับการป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่บริเวณปากซอยรื่นรมย์ 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธมีดจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสีย ชีวิต

 

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบเลือดหยดไหลเป็นทาง พร้อมกับพบคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ที่ยังคงตกใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น จากการสืบสวนทราบว่าที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางเท้า หน้าร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ โดยในช่วงเย็นทุกวันจะมีพ่อค้าแม่ค้า นำอาหารมาจำหน่ายเป็นประจำทุกวันตามปกติ

 

แต่ในเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ได้เกิดเหตุ ร้านก๊อตจิ ก๊วยเตี๋ยวเรือ และ ร้านผัดไท หอยทอด ได้มีการทะเลาะกัน โดยใช้อาวุธมีดแทงกันได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาล นายเฉลิมไทย เปี่ยมปรียาพร อายุ 55 ปี เจ้าของร้านก๊อตจิ ก๊วยเตี๋ยวเรือ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคู่กรณีอีกฝ่ายคือ นายคำตัน โพธิ์มา อายุ 45 ปี ได้รับบาดเจ็บ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลขอนแก่น

 

พ.ต.ท.นรวัตน์ กล่าวว่า ขณะได้ให้ตำรวจลงสอบสวนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อหาข้อเท็จจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เบื้องต้นทราบว่าทั้งสองร้านได้มีเรื่องทะเลาะกัน เกี่ยวกับการล้ำเขตแนวพื้นที่ขายของกันมาระยะหนึ่ง จนกระทั่งวันนี้ทั้งสองฝ่ายได้มีการจ้องมองหน้ากัน ก่อนที่จะลงมือชกต่อยกัน ก่อนอีกฝ่ายจะเอาอาวุธมีดมาแทงกัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งต่อไปจะได้เรียกพยานทั้งสองฝ่ายมาสอบปากคำเพิ่มเติม

คุมทำแผนฆ่า 2 เศรษฐีผัวเมีย ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจผู้ต้องหา

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqyms8ymta2nzewl3nkzmjnlmpwzw

จากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน ขนาด .38 จ่อยิง นายเกรียงไกร อินทนาคม หรือ ดำ อายุ 59 ปี และนางสุทัศน์ อินทนาคม หรือ เจ้หม่ำ อายุ 52 ปี สองผัวเมีย เสียชีวิต เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2559 เวลาประมาณ 20.30 น.ที่ผ่าน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ออกสืบหาตัวคนร้ายอย่างต่อเนื่องมานานนับ 11 วัน จนล่าสุดเมื่อวานนี้ (23 พ.ย.59)ทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถทำการจับกุมคนร้ายรายนี้ได้ โดยละม่อม ขณะที่กำลังช่วยภรรยาทำขนมในบ้าน

(24 พ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รรท.ผบก.ภ.จ.ชุมพร พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน และชุดจับกุม ได้นำตัว นายสมบุญ อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาใช้อาวุธปืน ขนาด .38 บุกจ่อยิงนายเกรียงไกร อินทนาคม อายุ 59 ปี และ นางสุทัศน์ อินทนาคม อายุ 52 ปี สองผัวเมียเจ้าของร้านขายกล่องกระดาษ เสียชีวิตคาบ้านเลขที่ 192 ม.9 ต.ตากแดด องเมือง จ.ชุมพร มาสอบปากคำ

โดยผู้ต้องหารายนี้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงทั้งสองจริง ส่วนเหตุเพราะทั้งสองโดยเฉพาะนางสุทัศน์ เมียนายเกรียงไกร กระทำกับตนเองหลายอย่าง ทั้งกลั่นแกล้ง ข่มเหงและดูถูก ทำร้ายสัตว์เลี้ยง ทั้งหมาและแมวก็ถูกวางยาเบื่อจนตายไม่เหลือสักตัว แต่ตนเองพยายามที่จะเก็บความคับแค้นไว้ในใจ จนเหลือจะทน จนล่าสุดได้วางยาเบื่อให้สุนัขตัวโปรดของลูกสาวที่เพิ่งไปเอามาเลี้ยงตายอีก

จนตนเองทนไม่ไหว รับไม่ได้กับพฤติกรรมของนางสุทัศน์ จึงขับรถ จยย.ไปขอยืมปืนจากเพื่อน แล้วมากราบแม่ และบอกว่าตนเหลือทนแล้ว ซึ่งแม่ได้พยายามห้าม แต่ตนไม่เชื่อเดินไปที่บ้านผู้ตาย ซึ่งเปิดประตูแง้มไว้ เมื่อเคาะประตู พร้อมเปิดประตูออก เห็นนางสุทัศน์ นอนอยู่บนโซฟา ตนจึงบอกว่า คุณทำร้ายผมหลายครั้งแล้ว อย่าดูถูกคนจนอย่างผม พร้อมใช้ปืนที่นำมาจ่อยิง นางสุทัศน์ จนล้มลงฟุบอยู่ที่โซฟา ส่วนนายเกรียงไกร ตนเอง ไม่ได้ตั้งใจจะยิง แต่เมื่อเห็นหน้าตนแล้ว จึงได้ยิงเพื่อปิดปาก และหลังจากที่ก่อเหตุ ตนเองก็เดินไปที่บ้าน และทำตัวไม่รู้ไม่เห็น โดยไม่หลบหนีไปไหน และทุกวันที่ผ่านมาก็ยังใช้ชีวิตปกติ ยังออกไปช่วยเมียขายขนมในตลาดเช่นเดิม จนมาถูกจับได้ในที่สุด

หลังจากนั้น พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รรท.ผบก.ภ.จ.ชุมพร พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน และชุดจับกุม ได้นำตัวนายสมบุญผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งทางผู้ต้องหาได้ให้ความร่วมมืออย่างดี ทั้งนี้ได้จัดกำลังตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่ที่เพื่อกั้นบรรดาไทยและฝ่ายตรงข้ามซึ่งเป็นญาติและเพื่อนสนิท จะมีปฏิกิริยาต่อต้านเข้ามาทำร้ายผู้ต้องหารายนี้ด้วยความโกรธแค้น

โดยจุดแรก ก่อนก่อเหตุผู้ต้องหา ได้ขับรถ จยย.มาจอดหน้าบ้านแม่ และไปกราบเท้าเพื่อลาว่าลูกจะไม่อยู่ แล้วก็เดินไปจุดที่สองซึ่งเป็นบ้านนายเกรียงไกร และนางสุทัศน์ ผู้ตาย ซึ่งอยู่ติดกับบ้านนายสมบุญ ได้เคาะประตูที่ปิดแง้มอยู่ โดยทั้งสองอยู่ภายในบ้าน เมื่อเปิดประตูก็ใช้อาวุธจ่อยิงในระยะประชิด จนทั้งสองแน่นิ่ง จึงได้เดินออกไป ยังจุดที่สาม ซึ่งเป็นบ้านแม่อีกครั้ง พร้อมกราบเท้า แล้วบอกว่า ลูกยิงทั้งสองตายแล้ว ก่อนจะออกไปขับ จยย.ออกไปจากบ้านแม่ไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะจับตัวคนร้ายรายนี้ได้ ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่แต่อย่างใด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนต้องรื้อหลักฐานใหม่ หันมาให้ความสำคัญเรื่องส่วนตัว จนทราบว่าทั้งสองมักมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับชาวบ้านอยู่เป็นประจำ จนล่าสุดได้ทะเลาะอย่างรุนแรงกับนายสมบุญ คนบ้านติดกัน จึงสืบสวนจนทราบว่านายสมบุญ คือคนร้ายที่ก่อเหตุยิงทั้งสองผัวเมียตาย และ การทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้ มีประชาชนได้แห่มาดูกันเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ตะโกนให้กำลังใจผู้ต้องหาตลอด การทำแผนจึงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อไป

ผู้ปกครองโรคกำเริบ ขับพุ่งชนนักศึกษาเจ็บ 9 ปั๊มหัวใจจนฟื้น

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymc8ymtazmjgyl2r2dmyuanbn

หนุ่มใหญ่พนักงานขายกล่องกระดาษโรคประจำตัวกำเริบ ขณะขับรถออกจากประชุมผู้ปกครองได้เหยียบคันเร่งพุ่งชนกลุ่มนักศึกษา ได้รับบาดเจ็บรวม 9 ราย เกิดอาการช็อก เจ้าหน้าที่กู้ชีพปั๊มหัวใจช่วยเหลือจนฟื้น และพร่ำเพ้อว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหตุการณ์ระทึกนี้เกิดขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.วันที่ 17 พ.ย.59 พ.ต.ต.เสถียร พันธริยเสถียร สว.(สอบสวน) สภ.เถิน อ.เถิน จ.ลำปาง ได้รับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนกลุ่มนักศึกษา ภายในวิทยาลัยการอาชีพเถิน ต.แม่ปะ อ.เถิน จ.ลำปาง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

หลังรับแจ้งจึงรีบ ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.เถิน เจ้าหน้าที่ ปภ.ลำปาง สาขาเถิน เจ้าหน้าที่กู้ภัยออมบุญ ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน โดยจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าตึกวิทยบริการ พบเด็กนักศึกษาจำนวนมากนอนร้องครวญครางอยู่กลางถนน บางรายเป็นลม โดยมีครูและเพื่อนนักศึกษาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้การช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครองที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งหมด 9 คน นำส่งโรงพยาบาลเถิน อย่างเร่งด่วน

กลางถนนพบรถยนต์เก๋งสีเขียว ยี่ห้อฮุนได หมายเลขทะเบียน กจ 1480 ชลบุรี สภาพรถด้านหน้ากระจกแตกร้าวทั้งบาน กันชนหน้าหลุด ทราบชื่อคนขับรถคือ นายศรีวรรณ อายุ 56 ปี เกิดอาการช็อกหมดสติ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งปั๊มหัวใจช่วยเหลือ จนฟื้นขึ้นมาได้ นายศรีวรรณก็คร่ำครวญ และเพ้อว่าเสียใจที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น เจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งต่อโรงพยาบาลลำปาง เพราะเกรงว่าจะเกิดอาการช็อกอีก

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ในวันนี้เป็นวันประชุมครูและผู้ปกครองของวิทยาลัยการอาชีพเถิน ภายในวิทยาลัยจึงคึกคักไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ซึ่งช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงที่เลิกจากการประชุมและช่วงพักเที่ยง จึงมีเด็กนักเรียนนักศึกษาเดินไปมาอยู่ภายในบริเวณวิทยาลัย ขณะที่นายศรีวรรณ คนขับรถเก๋งคันเกิดเหตุ ได้ติดเครื่องยนต์และจะออกตัวรถ ได้เกิดโรคประจำตัวซึ่งเป็นโรคความดัน เร่งคันเร่งส่งไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้พุ่งชนกับกลุ่มนักศึกษาที่เดินไปมาอยู่ริมถนน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และยังมีรถเก๋งโตโยต้าสีบรอนด์ทอง ทะเบียน กฉ 6113 แพร่ โดนลูกหลงอีก 1 คัน เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งโชคดีที่เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต

ปุ้ย พิมลวรรณ เผยเรื่องราวความรักที่ผ่านมา 16 ปี

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqxos8ymdk5odu0lzkuanbn

เป็นคู่ชีวิตที่อยู่กันมาด้วยความรักจริงๆ สำหรับคู่ของพิธีกรสาวคนเก่ง ปุ้ย พิมลวรรณ ที่เธอบอกว่าการใช้ชีวิตคู่นั้นต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถึงวันนี้ผ่านมา 16 ปีแล้วความรักความเข้าใจยังคงอยู่ และดูแลกันและกันอย่างสม่ำเสมอ ทางแอดมินได้ไปสอบถามจากการที่ทั้งคู่ไปงานเปิดตัวบริษัทรับผลิตและขายกล่องกระดาษให้สินค้าแบรนด์ชั้นนำแห่งหนึ่ง

โดย “พี่ปุ้ย” ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมถึงการครองรักครองเรือนในแบบฉบับของตัวเอง

“อยู่ด้วยกันมาครบ16 ปีนี่ในวันนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นเป็นอย่างเดียวกันทุกเรื่อง เมื่อเห็นไม่ตรงก็ไม่เคยเป็นถือเรื่องใหญ่ อยู่อย่างเข้าใจธรรมชาติของอีกฝ่าย ให้เกียรติ ให้ได้มีพื้นที่และเวลาส่วนตัวของกันและกัน”

“2 ปีหลังที่ต้องทำงานด้วยกันนี่เรียกว่าตัวติดกันเลยดีกว่า…ดังคำพระท่านว่า คนจะเป็นคู่แท้หรือคู่บุพเพสันนิวาสนั้น ย่อมหมายถึงคู่ที่เคยร่วมสุขร่วมทุกข์กันใน อดีตชาติ พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่าความรักเกิดจากสาเหตุสองประการประการที่หนึ่ง เคยอยู่ร่วมกันในชาติก่อน (บุพเพสันนิวาส) ประการที่สอง เกื้อกูลหรือช่วยเหลือกันในปัจจุบัน”

“ปัจจัยทั้งสองประการนี้ ทำให้ความรัก งอกงามขึ้นมาได้ ถามว่าจะขาดประการใดประการหนึ่งได้มั้ย? คำตอบคือได้แต่เป็นกรณีที่น้อยมาก เพราะความรักที่เคยมีต่อกันในอดีตชาตินั้นไม่แน่ว่าจะรุนแรงกันแค่ไหน จำเป็นที่จะต้องอาศัยกรรมในปัจจุบันช่วยด้วย”

“ขอบคุณพี่ซึ่งเป็นคู่แท้ที่ช่วยส่งเสริมไม่ว่าจะทำกิจการงานใดก็แล้วแต่ รวมทั้งเรื่องที่ตั้งมั่นตั้งใจไว้ว่าเราจะทำบุญทำทานทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั้งคนและสัตว์ตามกำลังที่มี ดังเช่นทุกวันนี้ ขอบคุณกำลังใจแรงผลักดันพลังงานดีดีที่อยู่เคียงข้างกันตลอด ไม่เคยหายไปไหน 11/11/59”

ซึ่งอ่านแล้วได้ยิ้มเขินๆ ไปตามๆ กันเลยทีเดียว