สภาพยับเยิน นศ.หนุ่มซิ่งเก๋งเสยท้าย 6 ล้อ ดับสุดสยอง

สภาพยับเยิน นศ.หนุ่มซิ่งเก๋งเสยท้าย 6 ล้อ ดับสุดสยอง

 

นักศึกษาหนุ่มลูกเจ้าของกิจการโรงงานผลิตกล่องกระดาษซิ่งเก๋งมุดท้ายรถ 6 ล้อ สภาพพังยับเยิน เสียชีวิตคาเบาะ ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงนำร่างออกมาได้

เมื่อคืนวานนี้ (26 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์โตโยต้ายาริส ที่มี นายณัฐ อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เสียหลักพุ่งชนมุดเข้าไปที่ท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีฟ้า สภาพรถพังเสียหายยับเยิน

เหตุดังกล่าวเกิดบนถนนเลียบรันเวย์สุวรรณภูมิสาย 3 ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ทิศทางจากสนามบินมุ่งหน้าออกถนนบางนาตราด โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้ทั้งอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างต่างๆ เพื่อจะงัดซากรถนำร่างคนขับออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากตัวรถนั้นอัดก็อปปี้เข้าไปเกือบทั้งคัน

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้รถดับเพลิงและรถยกเข้ามาฉุดดึงรถจนสามารถออกมาได้สำเร็จซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถกู้ร่างของนักศึกษาหนุ่มที่เสียชีวิตออกมาได้

จากการสอบถาม นายสมศักดิ์ อายุ 25 ปี คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งมีฝนตกลงมาตลอดทาง ตนจึงขับอย่างช้าๆ ในช่องทางเลนซ้ายสุด จู่ๆ ได้ยินเสียงรถชนท้ายและกระแทกอย่างจัง ทำให้รถพุ่งไถลจากจุดที่ถูกชนจนมาระยะทางประมาณ 200 เมตร เมื่อลงมาตรวจสอบพบว่ามีรถพุ่งชนท้าย และมัคนขับติดภายใน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจจะขับรถคันดังกล่าวมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงจุดดังกล่าวพบเห็นรถบรรทุกขับช้าๆ อยู่ตรงหน้า จึงทำให้เสียหลักพุ่งชนท้ายอย่างแรงเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันและจะติดตามแจ้งญาติให้ทราบต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก Workpoint News

จ่อออกหมายจับ 3 ผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มหัวหิน คาดหนีลง 3 จว.ใต้

จ่อออกหมายจับ 3 ผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มหัวหิน คาดหนีลง 3 จว.ใต้

 

thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (18 ส.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 3 คน คดีลอบวางระเบิดย่านบาร์เบียร์แถวร้านขายว่านหางจระเข้เพื่อสุขภาพและหอนาฬิกาหัวหิน โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพทั้ง 3 คนสวมหมวกอำพรางใบหน้า ซึ่ง 1 ในผู้ต้องสงสัย ถือถุงพลาสติกที่คาดว่าน่าจะซุกซ่อนระเบิดไว้ รวมทั้งขณะลงมือก่อเหตุในย่านบาร์เบียร์และจุดที่เดินออกมาจากตลาดฉัตร์ไชย

หลังนำระเบิดเพลิงที่ประกอบจากเพาเวอร์แบงค์ไปวางไว้ 2 จุด จากนั้นไปซื้อเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนสั้นและแขนยาวจากแม่ค้าเพื่อเปลี่ยนอำพราง ก่อนที่จะหลบหนีออกจากพื้นที่ในวันเดียวกัน

เจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุในวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเดินไปตามจุดสำคัญรอบเมืองหัวหินและแบ่งหน้าที่กันก่อนลงมือ เพื่อไม่ให้มีพิรุธ ขณะนี้ทราบชื่อของทั้ง 3 คนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อยู่ระหว่างการติดตามตัว คาดว่าหลบหนีไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่ได้หลบออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุในครั้งนี้มี 2 ชนิด คือ ไปป์บอมบ์จุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือและระเบิดเพลิงห่อด้วยพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันที่ก่อเหตุในจังหวัดอื่นที่ถูกลอบวางระเบิดในช่วงเดียวกัน

อุตุฯเผยตอ.และใต้มีฝนหนักกทม.ตกฟ้าคะนอง

อุตุฯเผยตอ.และใต้มีฝนหนักกทม.ตกฟ้าคะนอง

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วน กทม.ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ขอปชช.ระวัง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 10 สิงหาคม 2559 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกและภาคใต้ยังคงมีฝนตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดจันทบุรีแถวโรงงานผลิตกล่องพัสดุไปรษณีย์ และจ.ตราด ระนอง พังงา ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีโอกาสเกิดฝนตกในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

สำหรับ พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06:00 น.วันนี้ – 06:00 น.วันพรุ่งนี้มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ผัวเมียสารภาพตบตีกัน ทำรถบรรทุกข้ามเลน ประสานงาเก๋งดับสยอง

ผัวเมียสารภาพตบตีกัน ทำรถบรรทุกข้ามเลน ประสานงาเก๋งดับสยอง

อุบัติเหตุสยองกลางดึก รถบรรทุกหมูพุ่งข้ามเลน-คว่ำเทกระจาด ชนประสานงาเก๋งเคราะห์ร้าย ดับสยอง 1 ศพ ผัวเมีย  6 ล้อสารภาพตบตีกันระหว่างทาง

เมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ (2 ส.ค.) ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล บริเวณถนนรังสิต-นครนายกขาออก หน้าศูนย์บริการฮอนด้าคลองหก จ.ปทุมธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ติดภายในซากรถ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.ธัญบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

จุดเกิดเหตุพบรถยนต์วอลโว่ สีน้ำเงิน จอดอยู่กลางถนน ด้านหน้าถูกเฉี่ยวชนพังยับเยินกลายเป็นซากเหล็ก มีผู้เสียชีวิตติดอยู่คาซาก ทราบชื่อคือ นายกวินวุฒิ อายุ 27 ปี และยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงอีกคน ทราบชื่อคือ นางสาวบังอร อายุ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ไม่ไกลกันนักพบรถบรรทุก 6 ล้อ ขนส่งชิ้นส่วนชำแหละหมู เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนมาพุ่งชนกับรถยนต์คู่กรณี อยู่ในสภาพตะแคงข้าง ทำให้ชิ้นส่วนหมูที่บรรทุกมาเทกระจัดกระจายไปเต็มพื้นถนน ขณะที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ทราบชือคือ นายสุพรรณ อายุ 51 ปี และ นางสาวทัศนีย์ อายุ 47 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน

จากการสอบถาม นางสาวทัศนีย์ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังนำเอาชิ้นส่วนชำแหละหมูมาจากคลอง 13 เพื่อนำไปส่งลูกค้าที่ตลาดยิ่งเจริญแถวร้านขายซองกันกระแทก ย่านสะพานใหม่  เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนกับสามีเกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน กระทั่งถึงขั้นลงไม้ลงมือ เป็นเหตุทำให้รถบรรทุกเสียหลัก พุ่งข้ามเกาะกลางถนน ก่อนจะพุ่งชนประสานงากันรถเก๋งคู่กรณีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดตัวโชเฟอร์ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวเอาไว้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ก่อนจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ระทึก! พบระเบิด-ปืนซุกกล่องพัสดุคาสุวรรณภูมิ

ภาพประกอบข่าว

ระทึก! ตร.พบระเบิด-ปืนซุกกล่องไปรษณีย์คาสุวรรณภูมิ ส่งปณ.ปลายทางจังหวัดภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่คลังสินค้าภายในประเทศ ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าพบวัตถุต้องสงสัยบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ จำนวน 3 กล่อง ที่กำลังเตรียมนำขึ้นเครื่องบินเพื่อไปส่งยังจุดหมายปลายทาง หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงรุดตรวจสอบ

ทั้งนี้ การตรวจสอบภายในกล่องพัสดุ พบสิ่งเทียมอาวุธปืนหรือปืนบีบีกัน แบบแม็กกาซีน จำนวน 1 กระบอกแบบลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ที่ถูกดัดแปลงพร้อมใช้งานได้จริงและเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัดและระเบิดสังหาร ชนิดขว้าง M 67 A 2 จำนวน 1 ลูกปลายทางของพัสดุทั้ง 3 กล่อง จะถูกส่งไปยัง จ.ภูเก็ต

ชาวนาที่อ่างทอง ไม่รอน้ำแม้เข้าหน้าฝน หันปลูกกล้วยหอมสร้างรายได้แทน

ชาวนาใน จ.อ่างทอง หนีนาแล้งหันมาปลูก กล้วยหอมทอง และกระเจี๊ยบ แทนการทำนาปี และยังเป็นแหล่งรายได้ที่ดีกว่าการขายกล่องพัสดุ แม้เข้าหน้าฝน แต่ยังไม่มีน้ำทำนา หวั่นหากรอปลูกข้าวอาจต้องขาดทุน

วันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้เริ่มเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แต่ปริมาณของน้ำฝนที่ตกลงมานั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ในพื้นที่ จ.อ่างทอง โดยน้ำในคลองชลประทานส่วนใหญ่ยังแห้งขอดคลองอยู่ ส่งผลให้เกษตรกรที่ต้องการปลูกข้าวนาปีบางราย ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อนำน้ำใต้ดินสูบขึ้นมาทำนาแทน

ทั้งนี้ พบว่าเกษตรกรบางรายจำเป็นต้องหยุดทำนาปีและหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยชนิดอื่นอย่างเช่น กล้วยหอมทอง กระเจี๊ยบ ส่งขายแทน เพราะเกรงว่าหากจะต้องรอให้ฝนตกลงมาจนกว่าจะมีน้ำเพียงพอในการทำนาจะทำให้ล่าช้าในการเก็บเกี่ยวผลผลิต และเสี่ยงต่อการขาดทุน

นางนริศรา กสิผล อายุ 45 ปี ชาวนารายหนี่งใน จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนเองมีพื้นที่ทำนาอยู่ประมาณ 50 ไร่ เมื่อฤดูแล้งที่ผ่านมาจำต้องปล่อยพื้นที่นาให้รกร้างว่างเปล่าเพราะไม่มีน้ำทำนา หลังจากที่ได้ลงทุนขุดเจาะบ่อบาดาล และใช้พื้นที่นา จำนวน 1 ไร่ ขุดบ่อสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ โดยได้สูบน้ำบาดาลลงไปพักไว้ในบ่อที่ขุด พร้อมกับปล่อยพันธุ์ปลาลงไปในบ่อ และใส่สารอีเอ็มเป็นการปรับสภาพน้ำ

จากนั้นตนเองจึงได้ทำการปรับพื้นที่นา จำนวน 50 ไร่ โดยขุดร่องน้ำระหว่างแปลงนาให้น้ำที่สูบมาใช้จากบ่อสามารถไหลไปหล่อเลี้ยงหน่อกล้วยหอมทองได้ทั่วถึง พร้อมได้นำหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองที่ทางราชการแจกให้ จำนวน 2,000 หน่อ นำมาปลูกในพื้นที่นาโดยเว้นระยะพอประมาณ ซึ่งพื้นที่ระหว่างต้นที่เหลือก็จะสามารถนำกระเจี๊ยบพืชใช้น้ำน้อยมาปลูกขายสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้กล้วยหอมทองที่ปลูกใช้เวลา 7 เดือน ก็จะสามารถขุดหน่อ และตัดใบนำไปขายได้ หากออกปลีก็สามารถที่จะตัดปลีนำไปขาย ส่วนเครือกล้วยหากว่าเกษตรกรอยู่ในกลุ่มก็จะนำไปขายให้กับกลุ่มในราคาเครือละ 150 บาท หากอยู่ในช่วงราคาดีจะอยู่ที่เครือละ 200-250 บาท

“ถ้าปีนี้ต้องลงทุนปลูกข้าวทำนา แต่ฝนตกลงมาน้อยต้นข้าวที่ปลูกไว้ก็จะแห้งเหี่ยวเฉาตาย แต่ถ้าฝนตกลงมาปริมาณมากก็จะทำให้น้ำท่วมต้นข้าวได้รับความเสียหายเพราะเก็บเกี่ยวไม่ทันเวลา จึงจำเป็นต้องหันมาปลูกพืชทดแทนการทำนาสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวกันต่อไป” นางนริศรา กล่าว

จับช่างซ่อมมอ’ไซค์ ยิงปืนใส่เก๋งสาวกลางแยกหาดใหญ่ รับบันดาลโทสะ

ตำรวจหาดใหญ่ ตามจับตัวช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ วัย 30 ปี คาร้านก๋วยเตี๋ยว หลังก่อเหตุยิงปืนใส่รถเก๋งสาววัย 29 ปี เจ้าของโรงงานกล่องพัสดุไปรษณีย์ กลางสี่แยกสะพานดำ สารภาพ ขี่ผ่าไฟแดงมาเจอเก๋งขวาง โมโหคว้าปืนยิง

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 59 พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมหมายจับ เข้ารวบตัว นายบัญชา สมบูรณ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ หลังผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของ น.ส.วลัยพร พรหมรอด อายุ 29 ปี บริเวณสี่แยกสะพานดำ ย่านถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ เมื่อช่วง 02.00 น. วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จนมีการแชร์คลิปต่อกันในโซเชียล

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตามไปจับตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าหมู่บ้านเมืองทองธานี ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวฟ้า ทะเบียน งนล 956 สงขลา ที่ใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ และคุมตัวไปค้นที่บ้านพัก พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนปืน 24 นัด


ร่องรอยท้ายเก๋งผู้เสียหาย หลังถูกผู้ต้องหายิงเข้า 1 นัด กลางสี่แยกสะพานดำ

ต่อมา พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบช.ภ.9 นำตัวมาสอบสวนพร้อมแถลงข่าวที่ สภ.หาดใหญ่ โดยมีแฟนสาวของนายบัญชา ที่นั่งซ้อนท้ายในคืนเกิดเหตุเดินทางมาด้วย โดยทั้ง 2 คน ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ผ่าไฟแดงมาเจอกับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน ขต 4119 สงขลา ของผู้เสียหายที่ขับสวนมาพอดี และพยายามขวางทางรถจักรยานยนต์ ทั้งที่ไปได้แต่ก็ไม่ไป จึงบันดาลโทสะใช้ปืนยิงใส่ 1 นัด ถูกหลังรถเป็นรู

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.

สุดเศร้า ม้งเรียกวิญญาณหลานมากินข้าว! ตายคู่ คากองเพลิงคลอก นร. 17 ศพ

เร่งช่วยเหลือครอบครัว 17 นร.ชาวเขาไฟคลอกเสียชีวิตคาหอพักร.ร.ที่เชียงราย สุดเศร้า ชาวม้งทำพิธีเรียกวิญญาณหลานมากินข้าว ร้องไห้กันระงม ด.ญ.11 ขวบสำลักควันยังอยู่ในไอซียู เร่งเก็บดีเอ็นเอจากศพส่งพิสูจน์อัตลักษณ์ คาด 1 สัปดาห์รู้ผล…
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 พ.ค. บรรยากาศที่บริเวณหน้าอาคารหอพักโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย โรงเรียนประจำของมูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ ที่เกิดเหตุสุดสลด เพลิงลุกไหม้อาคารที่มีนักเรียนชาวเขานอนหลับพักผ่อน จนเด็กสำลักควันไฟและถูกไฟคลอกตายถึง 17 ศพ เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่เสียชีวิต จำนวน 6 คน มี นางว่าง สัตย์ธัญญากุล อายุ 63 ปี ชาวม้ง อยู่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ได้พาญาติพี่น้อง มาประกอบพิธีวางข้าวกล่องกับน้ำ เรียกวิญญาณของเด็ก ให้มากินข้าวกินน้ำ ตามประเพณีของชาวม้งที่เชื่อว่า จนถึงวันนี้วิญญาณของเด็กก็ยังไม่ไปไหน ยังคงวนเวียนอยู่ในที่เกิดเหตุ ด้วยบรรยากาศเศร้าโศกร้องไห้คร่ำครวญกันเป็นภาษาม้ง ท่ามกลางความหดหู่ของข้าราชการและประชาชนในที่เกิดเหตุ

นางสาวจามจุรี สันเมืองแดง ชาวม้งจากอำเภอไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งสูญเสีย หลานสาววัย 7 และ 8 ขวบ พร้อมกันถึง 2 คน เล่าว่า หลานทั้ง 2 คนที่เสียชีวิตเป็นลูกของพี่สาว ที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่อายุได้ 8 เดือน ไม่คิดว่าจะต้องมาเสียชีวิตพร้อมกัน วันนี้มาทำพิธีเรียกวิญญาณของหลานให้มากินข้าว ยังไม่รู้เลยว่าศพไหนเป็นศพไหน เพราะไฟไหม้ ต้องรอผลพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่

ในส่วนของความคืบหน้าในทางคดี สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้น สพฐ.ภ.5 คาดว่าน่าจะเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดแล้วทำให้เกิดประกายไฟ ตกลงมาไหม้ผ้าที่เตรียมใส่กล่องไปรษณีย์ราคาถูกไว้สำหรับส่งให้เด็กที่ยากไร้ ขณะที่การพิสูจน์อัตลักษณ์ของแต่ละศพ คงต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอจากทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วน น.ส.สุชาดา แซ่มั่ว อายุ 23 ปี ครูที่อยู่ในหอพัก ช่วยเด็กออกมาหมด ส่วนตัวเองไต่เชือกที่ผูกผ้าปูที่นอนลงมาเป็นคนสุดท้าย แต่เชือกหลุดมือ ทำให้ตกขากระแทกพื้น สะโพกข้างขวาแตก ได้ใช้ไม้เท้าค้ำเดิน ไปให้ปากคำกับตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า

ขณะที่ นายนพรัตน์ อู่ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานประถมศึกษาเชียงรายเขต 1 ปฏิบัติราชการศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียชีวิต ทุกภาคส่วนของกระทรวงศึกษาได้เร่งให้การช่วยเหลือ โดยรัฐมนตรีว่าการจะมาเยี่ยมด้วยตัวเองในเร็ววันนี้ รวมถึงจะเร่งนำเงินบริจาค จากของผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการมามอบให้กับญาติ และทราบว่าได้มีการทำประกันภัยหมู่โดยจะได้รับเงินประกัน ครอบครัวละ 200,000 บาทด้วย ในส่วนของการรักษาเยียวยาทางด้านจิตใจ ก็มีคณะครูทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าพื้นที่เพื่อพูดคุย ปลอบโยน ให้กำลังใจ กับผู้สูญเสียแล้ว

ขณะเดียวกัน ที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ พ.ต.อ.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้ไปเยี่ยม ด.ญ.นรินทร์ทิพย์ อาจู หรือน้องเบียร์ วัย 5 ขวบที่ถูกไฟคลอกแขนซ้าย ไหล่ขวา และขาซ้าย ลักษณะแผลค่อนข้างลึก และ ด.ญ.รดา อาเชาะ หรือน้อง จันทร์จ้าว อายุ 11 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากอาการสำลักควันไฟ ยังอยู่ในห้องไอซียู ให้ออกซิเจนตลอด 24 ชั่วโมง ยังไม่รู้สึกตัว

ทางด้านแพทย์นิติเวช รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ผ่าเก็บเนื้อเยื่อกระดูกและเลือดจากศพเด็ก จำนวน 17 ราย พร้อมขูดเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มญาติเด็กที่เสียชีวิต เพื่อนำส่งตรวจดีเอ็นเอ เปรียบเทียบที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ กรุงเทพฯ

นายแพทย์กันต์ กุญชร ณ อยุธยา แพทย์นิติเวชฯ กล่าวว่า เบื้องต้นมีการตรวจเสร็จไปแล้ว 4 ราย พร้อมกับได้ระดมแพทย์แผนกทันตกรรม เข้ามาตรวจประวัติการรักษาฟันเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ จากนั้นจะส่งชิ้นเนื้อ และกระดูกไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 7 วัน จะสามารถตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ของเด็กผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด

มีรายงานด้วยว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่ เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของ เงินเยียวยาให้กับครอบครัวของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในช่วงบ่ายของวันนี้ (24 พ.ค.) ในส่วนของความคุ้มครองที่มีการทำประกันภัยหมู่ของนักเรียนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไว้กับบริษัท สยามซิตี้ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทาง ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประสานกับบริษัทรับประกันภัย ให้เร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ปกครองนักเรียนที่เสียชีวิต ตลอดจนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล อย่างเร่งด่วนต่อไป.

เสียงดังชั้น 2 คิดว่ากุมารทองวิ่งเล่น ที่แท้ตีนแมวโรยตัวฉกเงินเผ่น!

คนร้ายโรยตัวจากฝ้าเพดานคลินิกเสริมความงาม ย่านหนองปรือ จ.ชลบุรี ฉกเงินหมอกว่าหมื่นบาท เจ้าของได้ยินเสียงดัง คนเดินชั้น 2 ตอนหัวค่ำ ไม่สงสัย เพราะคิดว่ากุมารทอง 14 ตัวที่เลี้ยงไว้วิ่งเล่น เผยเงินหายบ่อยมาก แต่จำนวนไม่เยอะ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 16 พ.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผกก.สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านวีไอพี คลินิกเสริมความงาม ถนนมาบยายเลีย หรือซอยเนินพลับหวาน ตั้งอยู่เลขที่ 40/59 ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น สร้างติดเรียงกัน 6 คูหา โดยตึกเกิดเหตุชั้นล่างเปิดเป็นคลินิกเสริมความงามสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งมีนายวิรัชศักดิ์ สุกฤตานนท์ อายุ 41 ปี ผู้เสียหายเป็นหมอประจำคลินิกและเจ้าของกิจการ ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในการตื่นตระหนกตกใจ จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและชี้จุดฝ้าเพดานของห้องน้ำบนชั้น 4 ถูกเปิดออก ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะโรยตัวเข้ามาทางนี้ ก่อนจะเข้ามาห้องเก็บของชั้นเดียวกัน ใช้ของแข็งงัดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ลักขโมยเงินกว่า 10,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ของคลินิก

นายวิรัชศักดิ์ ผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ชั้นบน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องจากส่วนตัวได้บูชากุมารเงิน-กุมารทอง จำนวน 14 ตน วิ่งเล่นตามปกติ จนกระทั่งเกิดเหตุได้ขึ้นเข้าห้องน้ำบนชั้น 4 ปรากฏว่าฝ้าเพดานถูกเปิดออก

เมื่อไปตรวจสอบลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง พบว่าเงินจำนวน 50,000 บาท ซุกซ่อนไว้ สูญหายไปเพียงบางส่วน นับได้กว่า 10,000 บาทที่หายไป และกล่องไปรษณีย์ที่ใส่ยาเสริมความงามเตรียมส่งลูกค้าถูกรื้อกระจัดกระจาย จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที นอกจากนี้พบว่าตลอดระยะเวลาที่เปิดคลินิกกว่า 1 ปี เงินรายได้ที่ซุกซ่อนไว้หายบ่อยมาก โดยคนร้ายจะลักขโมยไปเพียงบางส่วน

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผกก.สภ.หนองปรือ ได้สั่งการชุดสืบสวนเร่งรัดตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลของคนร้าย พร้อมกับประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายเพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี.

รวบหนุ่มสุพรรณฯ ซุกยาบ้าในกระบะ 34,000 เม็ด จากชายแดนสังขละบุรี

(ภาพจาก : ฝ่ายความมั่นคงอำเภอสังขละบุรี)

ตร.สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจับกุม 2 คนร้าย ซุกยาบ้า-ยาไอซ์ในรถกระบะกว่า 34,000 เม็ดโดยทำทีเป็นพ่อค้าขายกล่องพัสดุบังหน้า ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ได้สั่งเข้มงวดเฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนเข้ามายังเขตเมือง…

จากการที่นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ธรรมนูญ วิถี  ผบ.พล.ร.9 พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี มีนโยบายให้ กกล.สุรสีห์ และหน่วนงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนด้าน จ.กาญจนบุรี โดย พ.อ.เฉลิมชัย  ชัดใจ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า นายปกรณ์ กรรณวัลลี นอภ.สังขละบุรี และ พ.ต.อ.ขวัญชัย ธีระกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี ร่วมสนธิกำลังที่จุดตรวจร่วมบ้านน้ำเกิ๊ก หมู่ 8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ร่วมกันจับกุม นายสุริยา ช่างไม้งาม อายุ 27 ปี ชาว ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ชาว ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 34,000 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 344 กรัม ที่ซุกซ่อนในรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเล็ต ทะเบียน กท 1387 ราชบุรี พร้อมของกลางอื่นๆ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพงส.สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีต่อไป

ด้าน นายยงยุทธ สุโนภักดิ์ ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะหัวหน้าสำนักงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาญจนบุรี (หน.ศอ.ปส.จ.กาญจนบุรี) เปิดเผยว่า นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้อำเภอชายแดนทุกพื้นที่เข้มงวดในการปราบปรามขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนเข้าในพื้นที่ส่วนหลัง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สังขละบุรี ที่มีจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านพระเจดีย์สามองค์ และอำเภอเมืองกาญจนบุรีที่มีด่านผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน ให้เข้มงวดเป็นพิเศษ ดังนั้นการปฏิบัติงานร่วมระหว่างหน่วยงานความมั่นคงชายแดนจึงเข้มข้นและสามารถจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดในครั้งนี้ได้ และจะประสาน ป.ป.ส. บช.ปส. และ ตร.เพื่อสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป.