เจอซากเรือยอชต์ 18 ล้าน! ไฟไหม้จมทะเลสุราษฎร์ กัปตันเรือสูญหายไร้ชะตากรรม

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2560 ร.ต.อ.พิรุณ ซังธาดา รองสว.(สอบสวน) สภ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจาก นายพัฒน์พงษ์ เหล่าปรีชากุล อายุ 48 ปี เจ้าของเรือยอชต์และยังเป็นเจ้าของร้านขายกล่องกระดาษ กล่องไปรษณีย์รายใหญ่ อยู่บ้านเลขที่ 359 ถนนตลาดล่าง ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ว่าเกิดเหตุไฟไหม้เรือยอร์ชแล้วกัปตันเรือชื่อนายสำราญ พิพัฒพลสกุล อายุ 36 ปี หายตัวไปในทะเลบริเวณแหลมซุย หมู่ 5 ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังรับแจ้งจึงแจ้งตำรวจน้ำ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ณรงค์ กิตติพงษ์วิวัฒน์ รองผกก.สอบสวน และทีมนักประดาน้ำกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุห่างจากชายฝั่งแหลมซุย ประมาณ 2 ไมล์ทะเล ที่พิกัดตะวันออก 16 เหนือ 28-500 องศา พบเรือยอตช์ สีขาว ขนาด 3 ชั้น ยาว 21 เมตร มูลค่า 18 ล้านบาทจมอยู่ในทะเล มีเพียงส่วนหัวเรือโผล่ขึ้นบนผิวน้ำเล็กน้อย และพบร่องรอยไฟไหม้ที่บริเวณหัวเรือ ส่วนเรือยางและนายสำราญ พิพัฒพลสกุล อายุ 36 ปีอยู่บ้านเลขที่ 276 หมู่ 3 ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จว.กระบี่ กัปตันเรือยอชต์หายตัวไปพร้อมกับเรือยาง

สอบสวนนายพัฒน์พงษ์ ให้การว่าเป็นเจ้าเรือยอชต์ชื่อชนานิชย์ แสนดี ครูซส์ ตนนำเรือออกจากปากน้ำ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พาเพื่อน 2 คนไปท่องเที่ยว เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน มีนายสำราญ เป็นกัปตันเรือ

ช่วงเย็นวันที่ 21 มี.ค.ได้จอดเรือยอชต์อยู่บริเวณอ่าวใกล้กับแหลมซุย ก่อนให้กัปตันมาส่งตนและเพื่อนที่แหลมทรายรีสอร์ต จากนั้นกัปตันได้กลับไปนอนที่เรือ จนกระทั่งช่วงเช้าตื่นมาแล้วมองไปที่ทะเล แต่ปรากฎว่าไม่เห็นเรือและไม่สามารถติดต่อกัปตันเรือได้ จึงได้ออกตามหาก่อนได้รับแจ้งว่าพบเรือถูกไฟไหม้ ส่วนกัปตันเรือพร้อมเรือยางยังหายไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมนักประดาน้ำกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี ได้ระดมออกค้นหานายสำราญอยู่นานกว่า 10 ชั่วโมงจึงยุติการค้นหา ก่อนวางแผนค้นใหม่อีกครั้ง รวมทั้งจะได้เร่งกู้เรือนำกลับเข้าฝั่งแล้วให้เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 8 เข้าตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดต่อไป

ไฟไหม้สำนักงานใหญ่การประปา แจ้งวัฒนะ อาคารเริ่มทรุด

ไฟไหม้สำนักงานใหญ่การประปา แจ้งวัฒนะ อาคารเริ่มทรุด

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เกิดเหตุไฟไหม้ อาคาร 4 ชั้น การประปา สนง.ใหญ่ แจ้งวัฒนะ อยู่ติดร้านขาย กล่องไปรษณีย์ ราคาถูก กล่องพัสดุระดมรถน้ำกว่า 10 คันดับเพลิง ยังคุมไม่ได้ ขณะอาคารเริ่มทรุดตัว 

 

(20 มี.ค.) เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารการประปาส่วนภูมิภาค สํานักงานใหญ่ ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 1 มีแสงเพลิงและกลุ่มควันเกิดขึ้นจำนวนมาก โดย พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ บริเวณชั้น 4 ซึ่งเป็นส่วนของออฟฟิศ เก็บเอกสาร ต่างๆ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงระดมรถดับเพลิงกว่า 10 คันเข้าควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนสาหตุหรือความเสียหายคงต้องตรวจสอบหลังจากนี้

 

ด้าน เจ้าหน้าที่อาสาร่วมด้วยช่วยกัน ที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มมีเศษปูนกระเด็นมาที่พื้นด้านล่าง อาคารเริ่มทรุดตัว แต่เบื้องต้นยังคงลุกไหม้ที่บริเวณชั้น 4 ไม่ลุกลามไปชั้นอื่น

ผอ.รพ.แม่สอดแจงกรณีพบอุปกรณ์ล้างไตที่ลำห้วย

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNi8yMTgxMzM4Lzc2ODk4My0wMS5qcGc=

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอแม่สอด จ.ตาก ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีพบขยะอุปกรณ์ล้างไตทางช่องท้อง บริเวณลำห้วยแม่สอดโดยทิ้งใส่กล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุไว้

นายแพทย์สุชาติ พรเจริญพงศ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอแม่สอด จ.ตาก กล่าวว่า หลังมีการนำเสนอข่าวพบขยะติดเชื้อจากสถานพยาบาลแห่งหนึ่ง บริเวณลำห้วยแม่สอด ล่าสุด ทางโรงพยาบาลได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบว่าขยะดังกล่าว เป็นอุปกรณ์ล้างไตทางช่องท้องที่ผู้ป่วยทำด้วยตัวเองที่บ้าน จึงได้ดำเนินการเก็บเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธีด้วยการเผาในอุณหภูมิสูงต่อไป โดยปกติระบบบริการของโรงพยาบาลแม่สอด จะให้คำแนะนำผู้ป่วยในการกำจัดขยะที่เกิดจากการล้างไตทางช่องท้อง ด้วยการเทน้ำยาล้างไตออกจากถุงทิ้งในชักโครกหรือโถส้วม พร้อมราดน้ำให้สะอาด จากนั้นนำถุงน้ำยาล้างไตเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด แล้วนำส่งโรงพยาบาลกำจัดหรือนำส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อนำส่งโรงพยาบาลกำจัดตามระบบต่อไป

ผอ.รพ.อำเภอแม่สอด ชี้แจงว่ากรณีนี้ พบว่าผู้ป่วยได้ล้างไตทางช่องท้องที่บ้าน และไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงพยาบาล แต่ได้จ้างชาวเมียนมาให้เป็นผู้กำจัดขยะ จึงเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ขึ้น แม้ผู้ป่วยรายนี้จะไม่มีโรคติดเชื้ออันตรายที่สามารถติดต่อได้ทางเลือด และสิ่งคัดหลั่ง เช่น HIV ตับอักเสบบี หรือตับอักเสบซี แต่ก็สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทางโรงพยาบาลจึงได้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ร่วมสร้างความเข้าใจ ร่วมมือกันดูแลผู้ป่วยและให้คำแนะนำการกำจัดขยะที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำขึ้นอีก

บุกบ้านนักการเมือง-นายกอบต.อุทัยฯหาหลักฐาน

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNS8yMTc5ODEwLzc2ODIxOC0wMS5qcGc=

คอมมาโด อาวุธครบมือพร้อมทหาร ตรวจค้นบ้านนักการเมืองดัง – นายก อบต. หาหลักฐานคดีคนร้ายยิงถล่มวงไฮโล ดับ 3 เจ็บ 1 ที่ จ.อุทัยธานี พบหลักฐานเตรียมใส่กล่องไปรษณีย์ ราคาถูกและกล่องพัสดุส่งให้ญาติ

ที่ จ.อุทัยธานี พล.ต.ต.สุทิน พ่วงทรัพย์ ผบก.กองปราบ พร้อมด้วยตำรวจคอมมานโด จำนวน 40 นาย และทหารชุดกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.อุทัยธานี ใช้อำนวจ ม.44 จุดที่ 1 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 98 ม.5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก ซึ่งเป็นบ้าน นายสุภาพ อายุ 67 ปี อดีต ส.ส.พรรคการเมืองชื่อดัง เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันคดีคนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มกลางวงไฮโล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน เจ็บ 1 คน โดยคนร้ายต้องการฆ่าสารวัตรกำนันคนดัง แต่รอดตายอย่างหวุดหวิด เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา ผลการตรวจค้นได้พบอาวุธปืนลูกซองยาวและอาวุธปืนสั้น ขนาด 9 มม. ขนาด .357 พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนมาก จึงยึดมาตรวจสอบ โดย นายสุภาพ ให้การปฏิเสธ

ส่วนจุดที่ 2 ตำรวจคอมมานโด ได้เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 98/2 ม.5 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก บ้าน นายณรงค์ศักดิ์ อายุ 60 ปี เป็นนายก อบต. ซึ่งต้องสงสัยพัวพันคดีฆ่า 3 ศพเช่นเดียวกัน ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนทั้งปืนยาวและปืนสั้นหลายกระบอก พร้อมเครื่องกระสุน เบื้องต้น นายณรงค์ศักดิ์ ให้การปฏิเสธอ้างว่าถูกใส่ร้ายและกลั่นแกล้ง ทำให้ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ตำรวจกองปราบยังปูพรมตรวจค้นบ้านนักการเมืองท้องถิ่นในเขต อ.ลานสัก อีกหลายราที่เกี่ยวข้องกับคดี และในช่วงบ่าย 2 นั้น ผู้บัญชาการภาค 6 มาแถลงเกี่ยวกับคดีที่ยิงดับกลางวงไฮโล 3 ที่จับมือปืนและผู้บงการดังกล่าว

ดราม่า! หิ้วโดนัท 12 ชิ้น ทำเด็ก ม.4 โรงเรียนสตรีชื่อดัง เซ็นใบลาออก

aHR0cDovL3BlMi5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzNC8yMTczNDAyLzEuanBnLmpwZw==

แม่จูงมือลูกสาวชั้น ม.4 เซ็นใบลาออกจาก ร.ร.สตรีนนทบุรี แล้วหลังเกิดคดีดราม่า “โดนัท 12 ชิ้น” กลายเป็นเรื่องลุกลามถึงขั้นทำให้เกิดอับอาย จนไม่สามารถร่ำเรียนต่อไปได้

จากกรณี มารดาได้พาบุตรสาววัย 15 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนสตรีนนทบุรี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนว่าถูก รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง บีบคั้นให้ลาออกจากโรงเรียน เพื่อไปเรียนที่อื่น สาเหตุเพียงแค่นักเรียนหญิงรายนี้นำโดนัท 12 ชิ้น เข้ามาในโรงเรียนเพื่อเลี้ยงเพื่อนสนิทในวันเกิด แล้วถูก รปภ.หญิงลากตัวไปพบรอง ผอ.ฝ่ายปกครอง กระทั่งถูกต่อว่าถากถางไล่ให้ไปเรียนที่อื่น ทั้งยังส่งหนังสือลาออกฝากไปกับเพื่อนสนิทเพื่อให้มาเซ็นลาออกด้วย จนมารดาเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงเข้าร้องเรียน

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ห้องประชุมใหญ่โรงเรียสตรีนนทบุรี น.ส.ศศิประภา (สงวนนามสกุล) พร้อมด้วยบุตรสาว ได้มาพบ นายธนะสิทธิ์ ศิริวรธรรม ผอ.โรงเรียน เพื่อเจรจาหาทางแก้ไข ก่อนจะเรียก น.ส.สมปอง (สงวนนามสกุล) รปภ.หญิงรายนี้ ขึ้นมาสอบถาม

ซึ่งน.ส.สมปอง เล่าว่า เหตุการณ์ในวันนั้นตนเองกำลังทำหน้าที่อยู่ที่ป้อมยามหน้าประตู สังเกตเห็นมีผู้ปกครองนำขนมโดนัทใส่กล่องสีขาวลักษณะคล้ายกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุยื่นผ่านรั้วประตูให้น้องเขา จึงได้เดินไปจูงมือและพาตัวมาพบอาจารย์รอง ผอ. ฝ่ายปกครอง โดยไม่มีการฉุดกระชากลากแขนแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าจับมือไว้ไม่ปล่อย เพราะเคยมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อย พอปล่อยมือก็จะวิ่งหลบหนีขึ้นห้องเรียนหายไป

จากนั้น น.ส.ศศิประภา ได้พูดสวนโต้ขึ้นมาว่า ลูกสาวยืนยันถูกลากแขนจริงๆและขอเดินเองไม่ต้องล็อกแขน เพราะอายเพื่อนๆในโรงเรียนเหมือนกับว่าไปทำผิดร้ายแรงมา ระหว่างนั้น น.ส.สมปอง จึงยกมือขึ้นไหว้ พร้อมกล่าวขอโทษ ผอ.โรงเรียนจึงว่ากล่าวตักเตือนไป

ต่อมา นายธนะสิทธิ์ ได้เรียก นางประนอม (สงวนนามสกุล) รอง ผอ.ฝ่ายปกครอง มาพูดคุยกับ น.ส.ศศิประภา และลูกสาว โดยอาจารย์ประนอมยอมรับว่า ตักเตือนเด็กจริงและไม่คิดว่าเด็กจะคิดมากจนถึงขั้นลาออก ต้องขอโทษคุณแม่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนหนังสือลาออกทางฝ่ายทะเบียนเห็นว่าเด็กไม่มาเรียนหลายวันแล้ว และแจ้งว่ามีความประสงค์จะลาออกจึงฝากหนังสือไปกับเพื่อนสนิท ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องราวในภายหลัง

สุดท้าย น.ส.ศศิประภา และลูกสาว ได้แจ้งว่าปรึกษากันแล้ว หากยังเรียนอยู่ที่นี่อีกก็คงอายเพื่อนๆ อีกทั้งสภาพจิตใจก็ย่ำแย่ตั้งแต่เกิดเรื่อง จึงมาขอเซ็นใบลาออกดีกว่า ทางโรงเรียนจึงนำหนังสือยินยอมให้ลาออกมาให้ทั้งคู่เซ็นก่อนจะแยกย้ายกันไปทั้งสองฝ่าย

สยอง3ศพ!คนขับรถพ่วงวูบหลับเสยจักรยานหนุ่มสาว ล้อทับร่างซ้ำดับสลดคาถนน

201702031339385-20090121143059-696x449

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.วีรวิทย์ ลภัสจารุสกุล รอง ผกก.สอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถพ่วงเทรลเลอร์ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เฉี่ยวชนรถจักรยาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนเพชรเกษม หน้าหมู่บ้านสวนทิพย์อยู่ติดร้านขายกล่องไปรษณีย์ กล่องพัสดุ หมู่1 ต.ยายชา อ.สามพราน จ.นครปฐม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบ เหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว พ.ต.ท.ครรชิต โขวัฒนชัย สวป. แพทย์เวรโรงพยาบาลสามพราน หน่วยกู้ชีพกู้ภัยและ เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุบริเวณถนนบนสะพานข้ามคลองบางกระออม ในช่วงเลนซ้ายสุด พบผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ศพ เป็นชาย 2 และหญิง 1 ทราบชื่อต่อมาคือ 1.นายพินเกโม อายุ 27 ปี สัญชาติพม่า 2.นายวินเอ อายุ 29 ปี สัญชาติพม่า 3.น.ส.เยเยโซ อายุ 23 ปี สัญชาติพม่า สภาพศพทั้ง 3 ถูกรถทับร่างจนแหลก แขนขาหักจนผิดรูป ใบหน้าเละ ที่พื้นถนนมีชิ้นเนื้อและรอยเลือดกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ

201702031339384-20090121143059

นอกจากนี้ยังพบรถจักรยานจำนวน 2 คัน ล้มคว่ำอยู่ในสภาพพังยับเยิน ล้อบิดเบี้ยว ที่เกิดเหตุไม่พบรถคู่กรณีคาดว่าหลบหนีไป โดยมีประชาชนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกต่างมุงดูกันจำนวนมาก รวมทั้งสาวโรงงานที่เป็นสัญชาติเดียวกันกับผู้ตาย มายืนดูด้วยความเศร้าโศกเสียใจ เจ้าหน้าที่ใช้เชือกกั้นผู้ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณ พร้อมเก็บหลักฐานและนำศพส่งชันสูตรต่อที่โรงพยาบาล

จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานทราบว่า ผู้ตายทั้ง 3 คนเป็นเพื่อนกัน พักอาศัยอยู่ที่ห้องเช่าห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 1 กิโลเมตร ปกติในช่วงเช้าก็จะชวนกันขี่รถจักรยานมาทำงานเป็นประจำ เพราะเป็นพนักงานโรงงานผลิตปลากระป๋อง

ก่อนเกิดเหตุมีคนเห็นเหตุการณ์เล่าว่า มีรถพ่วงเทรลเลอร์บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์วิ่งมาถนนสายดังกล่าวด้วยความเร็ว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงจังหวะที่ผู้ตายทั้ง 3 ขี่รถจักรยานมาพอดี จู่ๆรถบรรทุกได้พุ่งเข้าชนอย่างจัง เป็นเหตุให้รถจักรยานล้ม คนกระเด็นตกถนน จากนั้นล้อรถบรรทุกทับร่างจนแหลกแล้วเร่งเครื่องหลบหนีไปทันที

201702031339387-20090121143059-696x464

ทางด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.โพธิ์แก้ว เปิดเผยว่า จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า รถคันที่ก่อเหตุเป็นรถพ่วงเทรลเลอร์ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ มีตัวตู้คอนเทอร์เนอร์สีน้ำตาล หลังเกิดเหตุขับหลบหนีมุ่งหน้าเข้าเมืองนครปฐม ซึ่งขณะนี้ประสานชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ตามจุดต่างๆ ที่เป็นเส้นทางผ่านของรถบรรทุก ทำการเช็คหมายเลขทะเบียนว่าเป็นรถบริษัทใดเพื่อหาผู้ครอบครอง แล้วติดตามตัวคนขับรถมาดำเนินคดี

จากนั้นเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางชุดสืบสวน สภ.โพธิ์แก้ว อ.สามพราน จ.นครปฐม ได้กระจายกำลังออกตามหารถบรรทุกคันที่ก่อเหตุ ปรากฏว่าพบรถบรรทุกต้องสงสัยเป็นรถพ่วงเทรลเลอร์ บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-8538 สระบุรี ตัวพ่วง 70-3096 สระบุรี ที่หน้ารถมีรอยยุบ บริเวณล้อรถแถบซ้ายมีคราบเลือด เส้นผมและชิ้นเนื้อติด จอดอยู่ภายในโรงงานหมู่ 8 ต.คลองใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ห่างจากที่เกิดเหตุเพียง 6 กิโลเมตร

โดยมีนายจำลอง บริบูรณ์อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/2 หมู่ 6 ต.นางตะเคียน อ.เมืองจ.สมุทรสงคราม คนขับรถยืนอยู่บริเวณใกล้เคียง แสดงตัวเป็นผู้ครอบครอง เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวคนขับรถไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.โพธิ์แก้ว

นายจำลอง ให้การรับสารภาพว่า ตอนนั้นยังเป็นช่วงเช้าตรู่ ตนเองขับรถพ่วงมาตามถนนเพชรเกษม บรรทุกเคมีมาจากแหลมฉบัง จ.ชลบุรี มุ่งหน้าไปบริษัทที่อ.สามพราน เพื่อมาส่งสินค้า เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเกิดวูบหลับใน นึกว่าชนตอหม้อหรือขับเฉี่ยวชนกับสิ่งของบางอย่างจึงไม่ได้หยุดดู และขับต่อมาถึงบริษัท ส่งสินค้าจนเสร็จ

จากนั้นเดินมาสำรวจที่รถพบว่ามีร่องรอยการเฉี่ยวชน และมีเส้นผมติดอยู่ จึงทราบว่าเกิดอุบัติเหตุ ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในโรงงานพอดีด้วย โดยถูกตั้งข้อหาขับรถในทาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือหรือหลบหนี เป็นเหตุให้บุคคลอื่นเสียชีวิต

สาวใจบุญแต่งงานสามีอังกฤษ ไม่ลืมบ้านเกิดกลับไทยเอาเงินช่วยเหลือเด็ก คนยากไร้

 

  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีหญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติเป็นเจ้าของธุรกิจรับจัดซื้อเครื่องปั๊มไดคัทจากญี่ปุ่นให้กับโรงงานกล่องต่างๆ ได้นำเงินมาช่วยเหลือชาวบ้านใน จ.บุรีรัมย์ จากการตรวจสอบ พบว่า หญิงรายดังกล่าวคือ นางดารณี พรหมพันธ์ อายุ 57 ปี และนายทิมโมที เฮนเดอร์สัน อายุ 27 ปี สามีชาวประเทศอังกฤษ โดยนางดารณี เปิดเผยว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช มีสามีเป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษ ได้ริเริมโครงการดังกล่าวจากการทำบุญคล้ายวันเกิดของตนเอง เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และมาเริ่มที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เพราะได้รับความข้อมูลจากเพื่อนสนิท ที่มาเป็นนายอำเภออยู่ที่ อ.บ้านด่าน ว่า มีชาวบ้านที่ยากลำบาก

 

“หลังจากทราบข้อมูล สถานที่ ตามที่รับรายงาน ก็จะเดินทางมาดูด้วยตนเอง หากเป็นจริงก็จะทำการช่วยเหลือ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย อาหาร และอื่นๆ โดยมีหลักเกณฑ์ คือนักเรียนระดับประถม จะได้รับเงินรายเดือนๆละ 500 บาท ระดับมัธยม จะได้รับเงินเดือนๆละ 1,000 บาท และระดับปริญญาตรี จะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,000 บาท ไม่รวมค่าอื่นๆตามกล่าวข้างต้น โดยจะส่งเรียนไม่มีขีดจำกัดระดับถึงปริญญาเอก หากเด็กทำได้”นางดารณี กล่าว

 

 

นางดารณี กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา 2 ปี ได้มีชาวฝรั่งเศสและอังกฤษ ในแถบยุโรป เห็นโครงการแล้วยังยื่นมือเข้ามาช่วยอีกทางหนึ่งด้วย เชื่อว่าโครงการนี้จะไปได้ยาวนาน โดยตั้งแต่เริ่มโครงการได้รับเด็กไว้อุปการะแล้ว 17 คน รู้สึกมีความสุขที่มาเยี่ยม พบเห็น และได้ช่วยเหลือ โดยยังจะทำโครงการนี้ไปอย่างต่อเนื่อง เพราะตนเองกับสามี มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีอยู่แล้ว อยากจะแบ่งปันช่วยเหลือสังคมให้ชีวิตเราเองมีความสุขในการให้
ทั้งนี้ พบว่า นางดารณี ได้นำเงินมาเป็นค่าก่อสร้างบ้านจำนวน 60,000 บาท ให้กับนางบุญมี ชะอุ่มรัมย์ อายุ 63 ปี บ้านเลขที่18 ม.14 บ้านโนนเจริญ ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากบ้านหลังเก่าทรุดโทรม มีฐานะยากจน และต้องรับผิดชอบหลานอีก 2 คน ที่พ่อแม่แยกทางกัน นอกจากนี้ ได้รับอุปการะด.ญ.อรวรรณ จรดรัมย์ อายุ 10 ปี เรียนอยู่ชั้นป.4 โรงเรียนบ้านตะโคง และด.ญ.อุทัยวรรณ สร้อยสุวรรณ อายุ 7 ปี นักเรียนชั้นป.1 ด้านชุดนักเรียน ค่าใช้จ่ายประจำเดือน รวมถึงค่าอุปกรณ์การเรียนทุกชนิด และจะส่งเรียนให้จบในระดับสูงสุดไม่มีขีดจำกัดของความสามารถของเด็กทั้ง 2 คน

เม้าท์วงใน! แฟนใหม่ ปู ไปรยา หล่อและรวยมาก

aHR0cDovL3BlMS5pc2Fub29rLmNvbS9ucy8wL3VkLzQzMC8yMTU0NzA2LzkwMC5qcGc=

กลายเป็นประเด็นให้จับตาอีกแล้ว สำหรับเรื่องราวความรักของสาวเซ็กซี่ที่เพิ่งโกอินเตอร์อย่าง ปู ไปรยา หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ตามลุ้นอยู่นานว่าน่าจะมีการรีเทิร์นเลิฟอีกรอบกับอดีตคนรัก โน้ต วิเศษ แต่ล่าสุด (18 ม.ค.) เฟซบุ๊กเพจ สตรอว์นิวส์ ได้ออกมาเขียนข่าวเม้าท์ว่าปู ไปรยา มีแฟนใหม่แล้ว เป็นฝรั่งหนุ่มหล่อบ้านรวยเจ้าของบริษัทผลิตกล่องพัสดุและกล่องไปรษณีย์ เพอร์เฟคระดับมหาเศรษฐี

“#เม้าส์มอย หอยกาบ
by…น้องมังคุดมุดรั้ว
ข่าวด่วนๆๆๆ มาแล้วจ้า
ช่าวนี้ชัวร์ไม่มั่วนิ่ม สายสืบเพื่อนน้องมังคุด ส่งข่าวมาไกลจากอเมริกา คุยผ่านไลน์กันไฟแลบ!! ถึงเรื่องนางเอกสาวสวยสะพรึงวิก7สี “ปู-ไปรยา” ใครที่ยังลุ้นว่านางจะลมพัดหวลมาคบกับอดีตแฟนหนุ่ม”โน๊ต”
ขอบอกว่างานนี้หมดสิทธิ์แน่นอน ล้านเปอร์เซ็นต์ เพราะอีเพื่อนสาว ที่โทรไลน์สายตรงมันเม้าส์ให้ฟังว่า นางเอก ปู-ไปรยา หัวใจไม่โสดแล้วจ้า ได้หนุ่มฝรั่ง สมาร์ท หล่อ เพอร์เฟค รวยระดับ มหาเศรษฐี มีเกาะส่วนตัว ด้วยนะเธอ โอ้โห! นี่นางเอกของเราโกอินเตอร์ของจริง มีแฟนเป็นฝาหรั่ง รวยระดับนี้ ใครๆก็ต้องอิจฉา เห็นว่าซุ่มคบหากันมาหลายเดือนแล้วด้วย ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าความรักหอมหวานครั้งนี้ไปนั่งสวีทดูดวงดาวที่เกาะส่วนตัวของฝ่ายชายคนรักใหม่ จะโรแมนติกขนาดไหน #เรื่องนี้น้องมังคุด อิจ นางเอก ปู-ไปรยา เป็นอย่างแรง!! ชาตินี้จะหาได้สักคนมั๊ยแบบนี้ ไม่ต้องเอาขนาดเกาะส่วนตัวหรอก แค่ไม่สร้างหนี้ให้กรูก็พอ”

งานนี้จะจริงเท็จอย่างไร คงต้องรอให้ปูออกมาอัพเดทอีกครั้งนะคะ

สลด หนุ่มน้อยใจแฟนส่งภาพร้องไห้ พบอีกทีเป็นศพผูกคอตายแล้ว

00

(6 ม.ค.25660) เมื่อเวลา 16.00 น. ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รองสว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุชายผูกคอตายเสียชีวิตภายในห้องเลขที่ 145 ชั้น 2 ซอยแจ้งวัฒนะ 11 อยู่แถวบริษัทผลิตกล่องไปรษณีย์และกล่องพัสดุหลังโรงเรียนสวนกุหลาบนนทบุรี  จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธ์วงศ์  ผกก. มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ

พบเป็นตึกแถว 2 ชั้น แบ่งเป็นห้องให้เช่า ภายในห้องเลขที่ดังกล่าวพบศพ นายวีระพงษ์ อายุ 25 ปี ใช้เชือกสะพายกระเป๋าผูกกับเหล็กหน้าต่างเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง โดยมีนางสาวขวัญแฟนสาวกอดศพร่ำไห้ด้วยความเสียใจ  ข้างๆตัวพบโทรศัพท์มือถือผู้ตายมีข้อความส่งถึงแฟนสาวเป็นภาพกำลังร้องไห้เสียใจ โดยข้อความตัดพ้อว่า “จะอยู่ด้วยกันจนตายไปข้างหนึ่ง คำนี้ยังคงอยู่ในใจกูเสมอ มึงเป็นคนเลือกให้กูต้องทำแบบนี้ 5 นาทีสุดท้ายแล้วกูต้องไปจริงๆ  ลาก่อนขวัญ หมดเวลาของคำว่าเราแล้ว ต่อไปนี้คงไม่มีทางอีกแล้ว”

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ตายน้อยใจแฟนสาวที่ทำงานอยู่ร้านอาหาร ส่วยตัวเองยังหางานทำไม่ได้ เลยมักมีปากเสียงทะเลาะกันเป็นประจำจนแฟนสาวต้องออกไปเช่าห้องเองที่อื่นนานกว่าเดือน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ส่งภาพและไลน์หาแฟนสาวพร้อมทั้งต่อว่าตัดพ้อร้องไห้เสียใจ พร้อมบอกว่าจะฆ่าตัวตายแล้ว จากนั้นก็เงียบหายไป นางสาวขวัญจึงรีบชวนน้องชายไปที่ห้องแต่ไม่ทันการณ์นายวีระพงษ์ได้ผูกคอตายไปเป็นที่เรียบร้อย เบิ้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำศพส่งสถาบันนิติเวชก่อนให้ญาติรับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ขนส่งพิจิตรจับมือเอกชนติดGPSรถยนต์สาธารณะ

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqyoc8ymtqynjkwlzc1mjgyoc0wms5qcgc

ขนส่งพิจิตร จับมือผู้ประกอบการติด GPS รถยนต์สาธารณะสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน รับปีใหม่ 2560 พร้อมทั้งมีแคมเปญแจกไม้เท้าช่วยพยุงให้กับคนแก่เป็นการกระตุ้นการใช้บริการรถสารธารณะอีกด้วย

นายสุรชัย ทับยา ขนส่งจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงมาตรการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2560 ว่า ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถยนต์สาธารณะ รถบัส รถทัวร์ รถตู้โดยสารและรถบรรทุก ให้ติดตั้งระบบ GPS ในรถเพื่อตรวจสอบข้อมูลของรถโดยสารสาธารณะทุกคันที่ใช้ จ.พิจิตร เป็นเส้นทางผ่านและแวะรับผู้โดยสารเพื่อตรวจสอบข้อมูลว่าเป็นรถของบริษัทใด หมายเลขทะเบียนอะไรวิ่งผ่านเส้นทางใด รถวิ่งออกนอกเส้นทางหรือใช้ความเร็วในการขับขี่เท่าไหร่บ้าง ซึ่งข้อมูลของรถที่ติดตั้งด้วยระบบ GPS ในรถสาธารณะจะถูกส่งมายังศูนย์ควบคุมที่สำนักงานขนส่งจังหวัดพิจิตร

ล่าสุด หลังจากที่ติดตั้ง GPS ในรถสาธารณะและมีการสุ่มตรวจยังพบว่าผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะยังคงใช้ความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด โดยในช่วงแรกได้นำส่งข้อมูลไปยังผู้ประกอบการให้ไปว่ากล่าวตักเตือน แต่หลังจากนี้หากยังคงฝ่าฝืนก็จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายที่กำหนดต่อไป ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2560 อีกด้วย