ระทึก! พบระเบิด-ปืนซุกกล่องพัสดุคาสุวรรณภูมิ

ภาพประกอบข่าว

ระทึก! ตร.พบระเบิด-ปืนซุกกล่องไปรษณีย์คาสุวรรณภูมิ ส่งปณ.ปลายทางจังหวัดภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่คลังสินค้าภายในประเทศ ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าพบวัตถุต้องสงสัยบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ จำนวน 3 กล่อง ที่กำลังเตรียมนำขึ้นเครื่องบินเพื่อไปส่งยังจุดหมายปลายทาง หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงรุดตรวจสอบ

ทั้งนี้ การตรวจสอบภายในกล่องพัสดุ พบสิ่งเทียมอาวุธปืนหรือปืนบีบีกัน แบบแม็กกาซีน จำนวน 1 กระบอกแบบลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ที่ถูกดัดแปลงพร้อมใช้งานได้จริงและเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัดและระเบิดสังหาร ชนิดขว้าง M 67 A 2 จำนวน 1 ลูกปลายทางของพัสดุทั้ง 3 กล่อง จะถูกส่งไปยัง จ.ภูเก็ต

ชาวนาที่อ่างทอง ไม่รอน้ำแม้เข้าหน้าฝน หันปลูกกล้วยหอมสร้างรายได้แทน

ชาวนาใน จ.อ่างทอง หนีนาแล้งหันมาปลูก กล้วยหอมทอง และกระเจี๊ยบ แทนการทำนาปี และยังเป็นแหล่งรายได้ที่ดีกว่าการขายกล่องพัสดุ แม้เข้าหน้าฝน แต่ยังไม่มีน้ำทำนา หวั่นหากรอปลูกข้าวอาจต้องขาดทุน

วันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้เริ่มเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ แต่ปริมาณของน้ำฝนที่ตกลงมานั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ในพื้นที่ จ.อ่างทอง โดยน้ำในคลองชลประทานส่วนใหญ่ยังแห้งขอดคลองอยู่ ส่งผลให้เกษตรกรที่ต้องการปลูกข้าวนาปีบางราย ยังคงต้องพึ่งพาอาศัยขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อนำน้ำใต้ดินสูบขึ้นมาทำนาแทน

ทั้งนี้ พบว่าเกษตรกรบางรายจำเป็นต้องหยุดทำนาปีและหันมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยชนิดอื่นอย่างเช่น กล้วยหอมทอง กระเจี๊ยบ ส่งขายแทน เพราะเกรงว่าหากจะต้องรอให้ฝนตกลงมาจนกว่าจะมีน้ำเพียงพอในการทำนาจะทำให้ล่าช้าในการเก็บเกี่ยวผลผลิต และเสี่ยงต่อการขาดทุน

นางนริศรา กสิผล อายุ 45 ปี ชาวนารายหนี่งใน จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนเองมีพื้นที่ทำนาอยู่ประมาณ 50 ไร่ เมื่อฤดูแล้งที่ผ่านมาจำต้องปล่อยพื้นที่นาให้รกร้างว่างเปล่าเพราะไม่มีน้ำทำนา หลังจากที่ได้ลงทุนขุดเจาะบ่อบาดาล และใช้พื้นที่นา จำนวน 1 ไร่ ขุดบ่อสำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ โดยได้สูบน้ำบาดาลลงไปพักไว้ในบ่อที่ขุด พร้อมกับปล่อยพันธุ์ปลาลงไปในบ่อ และใส่สารอีเอ็มเป็นการปรับสภาพน้ำ

จากนั้นตนเองจึงได้ทำการปรับพื้นที่นา จำนวน 50 ไร่ โดยขุดร่องน้ำระหว่างแปลงนาให้น้ำที่สูบมาใช้จากบ่อสามารถไหลไปหล่อเลี้ยงหน่อกล้วยหอมทองได้ทั่วถึง พร้อมได้นำหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองที่ทางราชการแจกให้ จำนวน 2,000 หน่อ นำมาปลูกในพื้นที่นาโดยเว้นระยะพอประมาณ ซึ่งพื้นที่ระหว่างต้นที่เหลือก็จะสามารถนำกระเจี๊ยบพืชใช้น้ำน้อยมาปลูกขายสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้กล้วยหอมทองที่ปลูกใช้เวลา 7 เดือน ก็จะสามารถขุดหน่อ และตัดใบนำไปขายได้ หากออกปลีก็สามารถที่จะตัดปลีนำไปขาย ส่วนเครือกล้วยหากว่าเกษตรกรอยู่ในกลุ่มก็จะนำไปขายให้กับกลุ่มในราคาเครือละ 150 บาท หากอยู่ในช่วงราคาดีจะอยู่ที่เครือละ 200-250 บาท

“ถ้าปีนี้ต้องลงทุนปลูกข้าวทำนา แต่ฝนตกลงมาน้อยต้นข้าวที่ปลูกไว้ก็จะแห้งเหี่ยวเฉาตาย แต่ถ้าฝนตกลงมาปริมาณมากก็จะทำให้น้ำท่วมต้นข้าวได้รับความเสียหายเพราะเก็บเกี่ยวไม่ทันเวลา จึงจำเป็นต้องหันมาปลูกพืชทดแทนการทำนาสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวกันต่อไป” นางนริศรา กล่าว

จับช่างซ่อมมอ’ไซค์ ยิงปืนใส่เก๋งสาวกลางแยกหาดใหญ่ รับบันดาลโทสะ

ตำรวจหาดใหญ่ ตามจับตัวช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ วัย 30 ปี คาร้านก๋วยเตี๋ยว หลังก่อเหตุยิงปืนใส่รถเก๋งสาววัย 29 ปี เจ้าของโรงงานกล่องพัสดุไปรษณีย์ กลางสี่แยกสะพานดำ สารภาพ ขี่ผ่าไฟแดงมาเจอเก๋งขวาง โมโหคว้าปืนยิง

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 59 พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ นำกำลังชุดสืบสวนพร้อมหมายจับ เข้ารวบตัว นายบัญชา สมบูรณ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ หลังผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ของ น.ส.วลัยพร พรหมรอด อายุ 29 ปี บริเวณสี่แยกสะพานดำ ย่านถนนราษฎร์อุทิศ กลางเมืองหาดใหญ่ เมื่อช่วง 02.00 น. วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต จนมีการแชร์คลิปต่อกันในโซเชียล

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตามไปจับตัวได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าหมู่บ้านเมืองทองธานี ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ พร้อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวฟ้า ทะเบียน งนล 956 สงขลา ที่ใช้เป็นพาหนะก่อเหตุ และคุมตัวไปค้นที่บ้านพัก พบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุนปืน 24 นัด


ร่องรอยท้ายเก๋งผู้เสียหาย หลังถูกผู้ต้องหายิงเข้า 1 นัด กลางสี่แยกสะพานดำ

ต่อมา พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบช.ภ.9 นำตัวมาสอบสวนพร้อมแถลงข่าวที่ สภ.หาดใหญ่ โดยมีแฟนสาวของนายบัญชา ที่นั่งซ้อนท้ายในคืนเกิดเหตุเดินทางมาด้วย โดยทั้ง 2 คน ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ผ่าไฟแดงมาเจอกับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีดำ ทะเบียน ขต 4119 สงขลา ของผู้เสียหายที่ขับสวนมาพอดี และพยายามขวางทางรถจักรยานยนต์ ทั้งที่ไปได้แต่ก็ไม่ไป จึงบันดาลโทสะใช้ปืนยิงใส่ 1 นัด ถูกหลังรถเป็นรู

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น และพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุนไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี.

สุดเศร้า ม้งเรียกวิญญาณหลานมากินข้าว! ตายคู่ คากองเพลิงคลอก นร. 17 ศพ

เร่งช่วยเหลือครอบครัว 17 นร.ชาวเขาไฟคลอกเสียชีวิตคาหอพักร.ร.ที่เชียงราย สุดเศร้า ชาวม้งทำพิธีเรียกวิญญาณหลานมากินข้าว ร้องไห้กันระงม ด.ญ.11 ขวบสำลักควันยังอยู่ในไอซียู เร่งเก็บดีเอ็นเอจากศพส่งพิสูจน์อัตลักษณ์ คาด 1 สัปดาห์รู้ผล…
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 พ.ค. บรรยากาศที่บริเวณหน้าอาคารหอพักโรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย โรงเรียนประจำของมูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ ที่เกิดเหตุสุดสลด เพลิงลุกไหม้อาคารที่มีนักเรียนชาวเขานอนหลับพักผ่อน จนเด็กสำลักควันไฟและถูกไฟคลอกตายถึง 17 ศพ เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กนักเรียนที่เสียชีวิต จำนวน 6 คน มี นางว่าง สัตย์ธัญญากุล อายุ 63 ปี ชาวม้ง อยู่ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ได้พาญาติพี่น้อง มาประกอบพิธีวางข้าวกล่องกับน้ำ เรียกวิญญาณของเด็ก ให้มากินข้าวกินน้ำ ตามประเพณีของชาวม้งที่เชื่อว่า จนถึงวันนี้วิญญาณของเด็กก็ยังไม่ไปไหน ยังคงวนเวียนอยู่ในที่เกิดเหตุ ด้วยบรรยากาศเศร้าโศกร้องไห้คร่ำครวญกันเป็นภาษาม้ง ท่ามกลางความหดหู่ของข้าราชการและประชาชนในที่เกิดเหตุ

นางสาวจามจุรี สันเมืองแดง ชาวม้งจากอำเภอไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งสูญเสีย หลานสาววัย 7 และ 8 ขวบ พร้อมกันถึง 2 คน เล่าว่า หลานทั้ง 2 คนที่เสียชีวิตเป็นลูกของพี่สาว ที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่อายุได้ 8 เดือน ไม่คิดว่าจะต้องมาเสียชีวิตพร้อมกัน วันนี้มาทำพิธีเรียกวิญญาณของหลานให้มากินข้าว ยังไม่รู้เลยว่าศพไหนเป็นศพไหน เพราะไฟไหม้ ต้องรอผลพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่

ในส่วนของความคืบหน้าในทางคดี สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ เบื้องต้น สพฐ.ภ.5 คาดว่าน่าจะเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดแล้วทำให้เกิดประกายไฟ ตกลงมาไหม้ผ้าที่เตรียมใส่กล่องไปรษณีย์ราคาถูกไว้สำหรับส่งให้เด็กที่ยากไร้ ขณะที่การพิสูจน์อัตลักษณ์ของแต่ละศพ คงต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอจากทางโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ส่วน น.ส.สุชาดา แซ่มั่ว อายุ 23 ปี ครูที่อยู่ในหอพัก ช่วยเด็กออกมาหมด ส่วนตัวเองไต่เชือกที่ผูกผ้าปูที่นอนลงมาเป็นคนสุดท้าย แต่เชือกหลุดมือ ทำให้ตกขากระแทกพื้น สะโพกข้างขวาแตก ได้ใช้ไม้เท้าค้ำเดิน ไปให้ปากคำกับตำรวจ สภ.เวียงป่าเป้า

ขณะที่ นายนพรัตน์ อู่ทอง ผู้อำนวยการสำนักงานประถมศึกษาเชียงรายเขต 1 ปฏิบัติราชการศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การช่วยเหลือครอบครัวของผู้สูญเสียชีวิต ทุกภาคส่วนของกระทรวงศึกษาได้เร่งให้การช่วยเหลือ โดยรัฐมนตรีว่าการจะมาเยี่ยมด้วยตัวเองในเร็ววันนี้ รวมถึงจะเร่งนำเงินบริจาค จากของผู้บริหารในกระทรวงศึกษาธิการมามอบให้กับญาติ และทราบว่าได้มีการทำประกันภัยหมู่โดยจะได้รับเงินประกัน ครอบครัวละ 200,000 บาทด้วย ในส่วนของการรักษาเยียวยาทางด้านจิตใจ ก็มีคณะครูทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าพื้นที่เพื่อพูดคุย ปลอบโยน ให้กำลังใจ กับผู้สูญเสียแล้ว

ขณะเดียวกัน ที่ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ พ.ต.อ.ภูมิปัญญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย ได้ไปเยี่ยม ด.ญ.นรินทร์ทิพย์ อาจู หรือน้องเบียร์ วัย 5 ขวบที่ถูกไฟคลอกแขนซ้าย ไหล่ขวา และขาซ้าย ลักษณะแผลค่อนข้างลึก และ ด.ญ.รดา อาเชาะ หรือน้อง จันทร์จ้าว อายุ 11 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากอาการสำลักควันไฟ ยังอยู่ในห้องไอซียู ให้ออกซิเจนตลอด 24 ชั่วโมง ยังไม่รู้สึกตัว

ทางด้านแพทย์นิติเวช รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ผ่าเก็บเนื้อเยื่อกระดูกและเลือดจากศพเด็ก จำนวน 17 ราย พร้อมขูดเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มญาติเด็กที่เสียชีวิต เพื่อนำส่งตรวจดีเอ็นเอ เปรียบเทียบที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ กรุงเทพฯ

นายแพทย์กันต์ กุญชร ณ อยุธยา แพทย์นิติเวชฯ กล่าวว่า เบื้องต้นมีการตรวจเสร็จไปแล้ว 4 ราย พร้อมกับได้ระดมแพทย์แผนกทันตกรรม เข้ามาตรวจประวัติการรักษาฟันเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์ จากนั้นจะส่งชิ้นเนื้อ และกระดูกไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 7 วัน จะสามารถตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์ของเด็กผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด

มีรายงานด้วยว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่ เยี่ยมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของ เงินเยียวยาให้กับครอบครัวของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในช่วงบ่ายของวันนี้ (24 พ.ค.) ในส่วนของความคุ้มครองที่มีการทำประกันภัยหมู่ของนักเรียนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ไว้กับบริษัท สยามซิตี้ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทาง ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ประสานกับบริษัทรับประกันภัย ให้เร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ปกครองนักเรียนที่เสียชีวิต ตลอดจนผู้ได้รับบาดเจ็บที่ต้องได้รับสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล อย่างเร่งด่วนต่อไป.

เสียงดังชั้น 2 คิดว่ากุมารทองวิ่งเล่น ที่แท้ตีนแมวโรยตัวฉกเงินเผ่น!

คนร้ายโรยตัวจากฝ้าเพดานคลินิกเสริมความงาม ย่านหนองปรือ จ.ชลบุรี ฉกเงินหมอกว่าหมื่นบาท เจ้าของได้ยินเสียงดัง คนเดินชั้น 2 ตอนหัวค่ำ ไม่สงสัย เพราะคิดว่ากุมารทอง 14 ตัวที่เลี้ยงไว้วิ่งเล่น เผยเงินหายบ่อยมาก แต่จำนวนไม่เยอะ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 16 พ.ค. พ.ต.อ.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผกก.สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านวีไอพี คลินิกเสริมความงาม ถนนมาบยายเลีย หรือซอยเนินพลับหวาน ตั้งอยู่เลขที่ 40/59 ม.5 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ สูง 4 ชั้น สร้างติดเรียงกัน 6 คูหา โดยตึกเกิดเหตุชั้นล่างเปิดเป็นคลินิกเสริมความงามสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งมีนายวิรัชศักดิ์ สุกฤตานนท์ อายุ 41 ปี ผู้เสียหายเป็นหมอประจำคลินิกและเจ้าของกิจการ ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในการตื่นตระหนกตกใจ จากนั้นได้พาเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบและชี้จุดฝ้าเพดานของห้องน้ำบนชั้น 4 ถูกเปิดออก ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายน่าจะโรยตัวเข้ามาทางนี้ ก่อนจะเข้ามาห้องเก็บของชั้นเดียวกัน ใช้ของแข็งงัดลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง ลักขโมยเงินกว่า 10,000 บาท ซึ่งเป็นรายได้ของคลินิก

นายวิรัชศักดิ์ ผู้เสียหายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ได้ยินเสียงคนเดินอยู่ชั้นบน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องจากส่วนตัวได้บูชากุมารเงิน-กุมารทอง จำนวน 14 ตน วิ่งเล่นตามปกติ จนกระทั่งเกิดเหตุได้ขึ้นเข้าห้องน้ำบนชั้น 4 ปรากฏว่าฝ้าเพดานถูกเปิดออก

เมื่อไปตรวจสอบลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง พบว่าเงินจำนวน 50,000 บาท ซุกซ่อนไว้ สูญหายไปเพียงบางส่วน นับได้กว่า 10,000 บาทที่หายไป และกล่องไปรษณีย์ที่ใส่ยาเสริมความงามเตรียมส่งลูกค้าถูกรื้อกระจัดกระจาย จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจทันที นอกจากนี้พบว่าตลอดระยะเวลาที่เปิดคลินิกกว่า 1 ปี เงินรายได้ที่ซุกซ่อนไว้หายบ่อยมาก โดยคนร้ายจะลักขโมยไปเพียงบางส่วน

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผกก.สภ.หนองปรือ ได้สั่งการชุดสืบสวนเร่งรัดตรวจสอบจุดเกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลของคนร้าย พร้อมกับประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เก็บลายนิ้วมือแฝงคนร้ายเพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี.

รวบหนุ่มสุพรรณฯ ซุกยาบ้าในกระบะ 34,000 เม็ด จากชายแดนสังขละบุรี

(ภาพจาก : ฝ่ายความมั่นคงอำเภอสังขละบุรี)

ตร.สนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจับกุม 2 คนร้าย ซุกยาบ้า-ยาไอซ์ในรถกระบะกว่า 34,000 เม็ดโดยทำทีเป็นพ่อค้าขายกล่องพัสดุบังหน้า ที่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ทั้งนี้ได้สั่งเข้มงวดเฝ้าระวังการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนเข้ามายังเขตเมือง…

จากการที่นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ธรรมนูญ วิถี  ผบ.พล.ร.9 พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี มีนโยบายให้ กกล.สุรสีห์ และหน่วนงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนด้าน จ.กาญจนบุรี โดย พ.อ.เฉลิมชัย  ชัดใจ รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า นายปกรณ์ กรรณวัลลี นอภ.สังขละบุรี และ พ.ต.อ.ขวัญชัย ธีระกุล ผกก.สภ.สังขละบุรี ร่วมสนธิกำลังที่จุดตรวจร่วมบ้านน้ำเกิ๊ก หมู่ 8 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ร่วมกันจับกุม นายสุริยา ช่างไม้งาม อายุ 27 ปี ชาว ต.ท่าพี่เลี้ยง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ชาว ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 34,000 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 344 กรัม ที่ซุกซ่อนในรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเล็ต ทะเบียน กท 1387 ราชบุรี พร้อมของกลางอื่นๆ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง นำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพงส.สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีต่อไป

ด้าน นายยงยุทธ สุโนภักดิ์ ป้องกันจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะหัวหน้าสำนักงานศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกาญจนบุรี (หน.ศอ.ปส.จ.กาญจนบุรี) เปิดเผยว่า นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้สั่งการให้อำเภอชายแดนทุกพื้นที่เข้มงวดในการปราบปรามขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนเข้าในพื้นที่ส่วนหลัง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สังขละบุรี ที่มีจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านพระเจดีย์สามองค์ และอำเภอเมืองกาญจนบุรีที่มีด่านผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน ให้เข้มงวดเป็นพิเศษ ดังนั้นการปฏิบัติงานร่วมระหว่างหน่วยงานความมั่นคงชายแดนจึงเข้มข้นและสามารถจับกุมการลักลอบขนยาเสพติดในครั้งนี้ได้ และจะประสาน ป.ป.ส. บช.ปส. และ ตร.เพื่อสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป.

จับอีก1 แก๊งเด็ก! ร่วมฆ่าข่มขืนศพญาติสาวบ้านเดียวกัน วัย 16 ปี

ตำรวจคลองลาน จับอีกคนผู้ต้องหาวัย 16 ปี แก๊งเด็ก ร่วมกับเพื่อนอายุ15ปี ฆ่าข่มขืนศพญาติสาววัย16ที่อยู่บ้านเดียวกัน สารภาพขึ้นคร่อมบนเตียง แต่หลังเหยื่อถูกแทงได้รีบหนีออกมา โดยที่ไม่ได้ข่มขืน…

จากเหตุสลดใจ เมื่อวันที่ 5 มี.ค.59 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ไปพลิกศพ เด็กสาววัย 16 ปี ถูกคนร้ายแทงเสียชีวิตภายในห้องนอนบ้านชั้นเดียว ใน ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน โดยที่ผู้ก่อเหตุ อายุเพียง 15 ปี และเป็นญาติอยู่บ้านเดียวกัน ให้การสารภาพว่าดื่มสุรา แล้วเกิดอารมณ์ทางเพศ หลังแทงผู้ตายแล้วได้ข่มขืนด้วยนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มี.ค.59 พ.ต.อ.ธนารักษ์ ปาระมีสา ผกก. สภ.คลองลาน พร้อมด้วย พ.ต.ต.ถนอม อิ่มมณี สว.สืบสวนสอบสวน นำกำลังชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัว ชายวัยรุ่นอายุ 16 ปี อยู่ ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน เพื่อนผู้ต้องหา ซึ่งร่วมก่อเหตุด้วย

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาสารภาพว่า ในคืนเกิดเหตุ วันที่ 4 มี.ค. ตนได้ไปนั่งดื่มเหล้าและเล่นกีตาร์อยู่ที่ถนน ที่ ต.คลองลานพัฒนา หลังจากนั้นจึงย้ายไปนั่งที่เปลผ้า และดื่มเหล้าต่อที่หน้าบ้านเกิดเหตุ พูดคุยกันถึงเรื่องที่ผู้ตายชอบด่าทอเพื่อนของตนที่อยู่บ้านเดียวกันว่า เป็นคนขี้ขโมย ชอบลักเงินของปู่ จึงวางแผนชวนกันข่มขืนเป็นการแก้แค้น

ผู้ต้องหาวัย 16 ปี ให้การด้วยว่า แต่ช่วงนั้นยังหัวค่ำอยู่ ยังเข้าบ้านไม่ได้เนื่องจากประตูบ้านล็อกกลอนจากข้างใน จนกระทั่งต่อมา เวลาเที่ยงคืนกว่าๆ ของวันที่ 5 มี.ค. ปู่ของเพื่อนได้เปิดประตูหลังบ้าน เดินออกมาเพื่อไปเปลี่ยนเวรเป็นยามที่โรงงานกล่องไปรษณีย์ จึงชวนกันเข้าไปในบ้าน โดยตนแอบอยู่จนปู่ของเพื่อนกลับเข้าบ้านและเข้าห้องนอน จึงพากันเข้าไปในห้องของผู้ตาย ซึ่งนอนเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนเตียงนอน จากนั้น ตนขึ้นคร่อมร่างผู้ตาย ใช้เข่าทั้งสองข้างกดที่แขน แล้วใช้มือดึงผ้าห่มมาปิดปากและจมูก ส่วนเพื่อนขึ้นมาช่วยจับขาไว้ แต่ผู้ตายดิ้นรนต่อสู้ เพื่อนจึงใช้มีดปลายแหลมยาว 8 นิ้ว แทงที่หน้าท้องของผู้ตายจนเลือดทะลัก แน่นิ่งไป ตนตกใจรีบหนีออกมานอกห้อง ส่วนเพื่อนจะข่มขืนศพหรือไม่ ตนไม่ทราบ

หลังสอบสวน พ.ต.ท.มนัส บุตรแก้ว สว.( สอบสวน ) สภ.คลองลาน ได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ควบคุมตัวดำเนินคดีต่อไป.

ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ ย่านบรรทัดทองคุมเพลิงได้แล้ว มีคนสำลักควัน 6 ราย

เหตุเพลิงไหม้ รอยัลคอร์ท อพาร์ตเมนต์ ซอยโรงแรมเจริญผล ถ.บรรทัดทอง เขตราชเทวี พบเป็นอาคารสูง 4 ชั้น ต้นเพลิงมาจากบริเวณชั้น 2 จนท.ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็ควบคุมเพลิงได้ พบผู้บาดเจ็บสำลักควันไฟ 6 รายนำส่ง รพ.แล้ว คาดไฟฟ้าลัดวงจรไหม้ภายในชั้นที่เป็นที่เก็บกล่องพัสดุไปรษณีย์ที่มีผู้เช่าใช้เป็นที่เก็บไว้

เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 7 มี.ค.2559 ร.ต.อ.วัลลภ อิสริยสกุลวงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุมีเพลิงไหม้ภายในรอยัลคอร์ท อพาร์ตเมนต์ ซอยโรงแรมเจริญผล ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ ผกก.(สอบสวน) สน.พญาไท มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และประสานขอรถดับเพลิงจำนวน 10 คันที่เกิดเหตุเป็น ซอยแคบ ชาวบ้านช่วยกันขนทรัพย์สินมีค่าอย่างชุลมุน อพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุสูง 4 ชั้น เป็นรูปตัวยู ‘U’ เพลิงลุกไหม้บริเวณบันไดทางเดินขึ้น-ลงอาคารระหว่างชั้นที่ 3 และ 4 ลุกลามไหม้ห้องพักทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กลุ่มควันพวยพุ่งไปทั่วทั้งอาคาร

ผู้ที่พักอาศัยช่วยใหญ่เป็นครอบครัวต่างพากันออกมายืนขอความช่วย เหลืออยู่ ที่ระเบียง ใช้ผ้าปูที่นอนโรยตัวหนีตายลงมาด้านล่าง บางรายกระโดดลงมาจากชั้นที่ 4 ได้รับบาดเจ็บ หน่วยดับเพลิงพยายามใช้บันไดพาดกับตัวอาคาร ก่อนนำสองสามีภรรยาออกจากชั้นที่ 3 ระหว่างนั้นพบว่า ที่ห้องหมายเลข 428 นายไกรเทพ โสวรรณา อายุ35 ปี อุ้มลูกสาววัย 1 ขวบ 4 เดือน ยืนอุ้มลูกขอความช่วยเหลือจากระเบียงห้อง โดยให้นางพวงเพชร ภรรยา ใช้ผ้าปูที่นอนผูกต่อกันโรยตัวลงมายืนด้านล่าง เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงเดินทางเข้าไปช่วยเหลือ และนำตัวลงมาอย่างปลอดภัย หนูน้อยวัย 1 ขวบเศษมีอาการสำลักควัน จนท.นำตัวไปปฐมพยาบาลที่บริเวณด้านหน้าที่เกิดเหตุ

หน่วยดับเพลิง ใช้หัวฉีดน้ำกว่า 10 หัว ระดมฉีดสกัดต้นเพลิงท่ามกลางประชาชนที่พักอาศัยออกมายืนมุ่งดูเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้น โดยมีผู้ติดค้างภายในประมาณ 4-5 ราย ภายในตัวอาคารดังกล่าว จึงจัดชุดปฏิบัติการภายในตัวอาคารเข้าช่วยเหลือในทันที จากเหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่เร่งเข้าช่วยเหลือจนผู้พักอาศัยที่ติดค้าง ออกมาได้ทั้งหมดอย่างปลอดภัย โดยใช้เวลานานกว่าชั่วโมงครึ่งเพลิงจึงสงบลง

เหตุการณ์ นี้เจ้าหน้าที่พบผู้บาดเจ็บมีทั้งหมด 6 ราย ได้แก่ นายไกรเทพ โสวรรณา ด.ญ.เพ็ญ 1 ขวบ 4 เดือน สำลักควันนำส่ง รพ.กลาง ด.ช.ธนกิจ อินเทียน 9 ขวบ สำลักควันนำส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ นางดีก้า อายุ 67 ปี ชาวพม่าสำลักควัน นางอัมรา พงษ์มา อายุ 38 ปี และมิส เรกมี อายุ 30 ปี ชาวเนปาล ได้รับบาดเจ็บกระโดดลงมาจากชั้น 4 ของอาคารนำส่ง รพ.รามาธิบดี

ด้าน น.ส.พวงเพชร ยานิพันธุ์ อายุ 36 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้ามาบุญครอง ให้การด้วยความตื่นเต้นว่า ตนพักอยู่กับนายไกรเทพ โสวรรณา อายุ 35 ปี สามีและลูกสาววัยขวบเศษ โดยก่อนเกิดเหตุนั้นตนและครอบครัวกำลังนอนหลับอยู่ภายในห้องดังกล่าว สามีของตนได้กลิ่นเหม็นไฟไหม้จึงบอกกับตนว่าให้ไปเอาน้ำราดตัวและเอาผ้าชุบ น้ำห่อตัวลูกสาวไว้ ก่อนที่ตนจะห้อยโหนลงมายังชั้นที่ 3 และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้าช่วยตนไว้ได้ ตนวิ่งไปเรียกเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้ช่วยลูกและสามีที่ติดอยู่บนห้อง ใช้น้ำราดตัวและใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำปิดหน้าลูก เพราะมีอาการสำลักควัน กว่าที่เจ้าหน้าที่จะฝ่าเปลวเพลิงขึ้นไปถึงห้องชั้น 4 และช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัยใช้เวลานานถึง 30 นาที

ส่วน พ.ต.อ.ชนาวิน พวงเพชร ผกก.สน.พญาไท กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณทางเดินชั้น ที่ 3 ก่อนที่เปลวเพลิงจะลุกลามไปยังชั้นต่างๆ อย่างไรก็ตามในวันนี้ก็จะให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ ที่เกิดเพลิงไหม้อีกครั้ง เพราะในขณะนี้ตนก็ยังไม่สามารถติดต่อเจ้าของอาคารได้เลย

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่าจากการสอบถามผู้พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ที่เกิดเหตุทราบว่า อาคารที่พักค่อนข้างเก่า แอร์ก็เป็นรุ่นเก่า ส่วนมากเป็นคนขายของในละแวกนั้น และผู้ขับขี่แท็กซี่ พักอาศัยอยู่ โดยทางเดินมีแต่เตียงเก่า และที่นอนกองทิ้งระเกะระกะอยู่ตามทางเดิน โดยระหว่างเกิดเหตุผู้พักอาศัยอยู่ใกล้เคียงห้องที่เกิดเหตุ นั่งดื่มสุราอยู่ชั้นล่าง พอเกิดเพลิงไหม้ขึ้นก็รีบวิ่งไปช่วยนำเอาผู้ที่อยู่ในห้องออกมา.

ทลายยาบ้า1.6ล.เม็ด 2แก๊งใหญ่ชานกรุง!

รวบ 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายค้ายาบ้าลง 3 จังหวัดชายแดนใต้พร้อมยาบ้ากว่า 6 แสนเม็ด หลังสืบทราบว่าจะมีรถบรรทุกหัวลากของโรงงานกล่องพัสดุไปรษณีย์วิ่งส่งยาเสพติด สกัดจับกุมคนขับรถบนทางด่วนถนนกาญจนาภิเษก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ สารภาพรับจ้าง 1 แสนบาทส่งของลงใต้ ขณะสอบปากคำสองผัวเมียติดต่อขอเคลียร์คดีติดสินบนโดนซ้อนแผนรวบตัวทันควัน อีกราย ป.ป.ส.ภาค 5 ทลายเครือข่ายค้ายาบ้า 1 ล้านเม็ด ที่ จ.เชียงราย ขยายผลนัดส่งของที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตามจับยกแก๊ง 5คน

ตำรวจจับกุมเครือข่ายแก๊งค้ายาบ้าลงใต้ เปิดเผยเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 มี.ค. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วราวุฒิ ทวีชัยการ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุนทร วินัยบดี ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 1 นายสิทธิศักดิ์ กัลยาณประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายปิยะชาติ ทาชาติ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29/4 ต.ท่าราบ อ.เมืองเพชรบุรี นายไพศาล แสนยา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 321/2 หมู่ 1 ต.จันเสน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นางสรัญญา พงษ์ธานี อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ 5 ต.ไผ่ใหญ่ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี พร้อมของกลางยาบ้า 662,000 เม็ด รถบรรทุกหัวลาก ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 70-1486 ยะลา รถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีบรอนซ์ ทะเบียน 3 กช 7601 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีแดง ทะเบียน 2ฮ 4880 กรุงเทพมหานคร รถ จยย.ยามาฮ่า ฟีลาโน่ ทะเบียน ฬลล 495 กรุงเทพมหานคร คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง และเงิน 250,000 บาท จับกุมที่บริเวณริมถนนบนทางด่วนกาญจนาภิเษก ต.บางจาก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ.1 กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีแก๊งลักลอบขนยาเสพติดจากเขตร่มเกล้า กทม.ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ใช้รถบรรทุกหัวลาก ทะเบียน 70-1486 ยะลา ขนยาเสพติดมาตามถนนกาญจนาภิเษกข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านท้องที่ สภ.พระประแดง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ดักซุ่มตามเส้นทางดังกล่าวจนกระทั่งพบรถ ต้องสงสัยตามที่ระบุเข้าสกัดจับ ตรวจค้นมีนายปิยะชาติเป็นคนขับ พบยาบ้า 662,000 เม็ดซุกซ่อนอยู่ในถังน้ำมันดัดแปลงติดตั้งด้านหลังตัวรถ นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.พระประแดง

จากการสอบสวนนายปิยะชาติสารภาพว่านายจักรวาลย์ ไข่ถาวร มาติดต่อจ้างให้ไปขับรถบรรทุกหัวลากมาจาก จ.ลพบุรี แล้วไปส่งให้นายธนธรณ์ หรือกบ สุขใจ อยู่ในซอยร่มเกล้า 21 เขตลาดกระบัง กทม.เพื่อนำยาบ้าจำนวนดังกล่าวบรรจุลงถังน้ำมันดัดแปลงติดตั้งไว้ที่ด้าน หลังรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เตรียมไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.สงขลาแล้วจะมีเครือข่ายมารับรถต่อส่งของลง 3 จังหวัดชายแดนใต้ รับค่าจ้างเที่ยวละ 1 แสนบาท จนมาถูกตำรวจจับกุมเสียก่อน

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนนายปิยะชาติอยู่นั้น นายไพศาลและนางสรัญญาสองผัวเมียโทรศัพท์ติดต่อขอเจรจาติดสินบนกับเจ้า หน้าที่ตำรวจเป็นเงิน 250,000 บาท เพื่อให้ปล่อยตัวนายปิยะชาติและรถบรรทุกหัวลากพร้อมยาบ้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงวางแผนให้นายไพศาลและนางสรัญญานำเงินมาให้ก่อนจับกุมตัว ดำเนินคดี แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนนายไพศาลและนางสรัญญาถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมคือร่วมกันให้ทรัพย์สินแก่ เจ้าพนักงานเพื่อจูงใจให้ละเว้นการกระทำตามหน้าที่ ส่วนนายจักรวาลย์ ไข่ถาวร และนายธนธรณ์ สุขใจ ตำรวจขอหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการเร่งตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

อีกรายเวลา 14.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภูวดิท ชนะคชภัทร์ รอง บก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 5 ป.ป.ส.ภาค 1 ตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติด ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภาค 5 จับกุมนายเจษฎา ศรีภมร อายุ 24 ปี และนายบัณฑิต ชาวไวสอ อายุ 24 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 1 ล้านเม็ดซุกอยู่ท้ายรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน ชร 4041 กรุงเทพมหานคร จับกุมได้ที่ จ.เชียงราย ต่อมาเจ้าหน้าที่สอบสวนขยายผลผู้ต้องหาจะนำของไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ตำรวจฝ่ายสืบสวนวางแผนนัดส่งของที่บริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง ริมถนนทางหลวงหมายเลข 347 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อถึงเวลานัดคนร้าย 3 คนขับรถฮอนด้า บีอาร์วี ทะเบียนป้ายแดง ย-7231 กรุงเทพมหานคร มาจุดนัดพบแต่ไหวตัวขับรถหนีมุ่งหน้า อ.บางปะหัน ตำรวจสกัดจับทิ้งรถไว้ที่บริเวณตลาดกลางเพื่อการเกษตร หมู่ 3 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังเข้าปิดล้อมพื้นที่จับกุมผู้ต้องหา 3 คน ทราบชื่อนายอานนท์ โพธิ์งาม อายุ 24 ปี นายอรรถพล อุ่นจันทรี อายุ 25 ปี และนายบอล ชาวไวสอ อายุ 25 ปี ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป

พบ รง.คั่วกาแฟปล่อยนํ้าสีเหลืองลงคลองแม่ข่า

โครงการคืนน้ำใสให้คลองแม่ข่า คลองโบราณ หนึ่งในไชยมงคลเจ็ดประการของการสร้างเมืองเชียงใหม่ เมื่อปี 1839 หรือ 720 ปีก่อน แต่ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา คลองแม่ข่ากลายเป็นที่ระบายน้ำเสีย ทั้งจากโรงงานทำราคากล่องพัสดุ โรงแรม และบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ล่าสุด ขณะที่ ดร.วสันต์ จอมภักดี นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ต่อสู้เรื่องนี้ได้นำนักวิชาการจาก 8 ประเทศ เอเชีย

แปซิฟิกมาศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหาคลองแม่ข่า และพบน้ำเสียจากโรงงานแห่งหนึ่งปล่อยออกมาเป็นสีเหลืองต่อหน้าต่อตานั้น ความคืบหน้าเมื่อ เวลา 10.00 น.วันที่ 23 ก.พ. ดร.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อมและผู้เชี่ยวชาญด้าน การแก้ไขปัญหา คลองแม่ข่า ได้ร่วมกับนายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศบาลนครเชียงใหม่ จนท.ด้านสิ่งแวดล้อม จนท.อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ได้มาเก็บตัวอย่าง น้ำสีเหลืองที่ตกตะกอนกลายเป็นผงสีเหลืองส้มเพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ว่ามีสาร ปนเปื้อน และเป็นอันตราย ต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่

จากนั้นนายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้นำคณะไปตรวจสอบ โรงงานคั่วกาแฟ ที่ชาวบ้านระบุว่าน้ำสีเหลืองไหลออกมาจากท่อโรงงานแห่งนี้ ขณะที่ทางเจ้าของโรงงาน ยอมรับว่าเป็นน้ำที่ปล่อยออกมาด้วยความรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ของคนงาน โรงงานเองก็มีบ่อบำบัดน้ำเสีย อยู่แล้ว น้ำที่เป็นสีเหลืองเป็นน้ำบาดาลที่ดูดขึ้นมาใช้ ชะล้างทำความสะอาดภายในโรงงาน น้ำเหล่านี้จะไหลลงบ่อบำบัด แต่คนงานเผลอปล่อยน้ำทิ้งลงคลอง พร้อมกับยืนยันว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่และเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรม ได้ตรวจสอบการปล่อย น้ำเสียภายในโรงงาน และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นายชาตรีกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางเทศบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังจากชาวบ้านแจ้งมาก็รีบออกไป ตรวจสอบทันที และจะมีการตรวจสอบโรงงานอีกหลาย แห่งที่มีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงคลองแม่ข่า พร้อมกันนี้ จะร่วมกับโรงงานต่างๆที่ตั้งอยู่ริมคลองแม่ข่าป้องกันดูแลการปล่อยน้ำเสีย ซ้ำซาก ทางเทศบาลเอง ยังต้องดูแลน้ำในคูเมืองเชียงใหม่ ที่ไม่มีต้นทุนน้ำอื่น จะเข้ามาเติมเต็ม เพราะหวั่นเกรงว่าจะ ส่งผลกระทบต่องานสงกรานต์ที่จะมาถึง ดังนั้น ต้องมีการทะนุถนอมน้ำก้อนสุดท้ายในคูเมืองไม่ให้เน่าเสียด้วย

ทางด้าน ดร.วสันต์เปิดเผยว่า ตอนเช้าวันเดียวกันนี้ เทศบาลและหน่วยงานอุตสาหกรรมได้เข้ามาเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบแล้วคงจะทราบ ผลการตรวจวิเคราะห์ภายใน 5 วันนี้ ในส่วนของ การเร่งสกัดน้ำเสียตามระบบบำบัดที่ได้คิดค้นไว้ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี แต่เกิดข้อสงสัยว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา น้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วทำไมถึงยังมีกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง จึงตรวจสอบอย่างละเอียด จนกระทั่งพบว่า ยังมีท่อน้ำเสียขนาดความกว้าง ประมาณ 30 ซม. ที่สร้างฝังใต้ดินจากตลาดสดเมืองใหม่ลงสู่คลองแม่ข่าอีกจุดหนึ่ง จึงประสานเทศบาลนครเชียงใหม่ให้เร่งดำเนินการแก้ไขน้ำเน่าเสียที่พบใหม่นี้ โดยให้ไหลมารวมกันลงสู่ท่อ ระบายน้ำเสียของเทศบาล และให้ไหลผ่านจุดที่ตน วางเครื่องมือบำบัดน้ำไว้ก็จะแก้ปัญหาได้มาก อย่างไร ก็ตาม อยากขอให้ชาวเชียงใหม่ร่วมแรงร่วมใจกันคืนน้ำใสให้คลองแม่ข่าให้ได้.