ช็อกตายปริศนาคาอพาร์ตเม้นต์!! หนุ่มรอรถพยาบาลมารับไม่ไหว หลังเพื่อนเพิ่งรู้จักกันแวะมาหา

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-1

 

 

หนุ่มไนจีเรียเพิ่งมาอยู่อพาร์ตเม้นต์ย่านซอยรังสิต-นครนายก6 อยู่ติดร้านขายว่านหางจระเข้แปรรูป ช็อกดับปริศนาใต้อพาร์ตเม้นต์ เพื่อนร่วมชาติบอกเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วัน แวะมาเยี่ยม อ้างเป็นโรคหอบกำเริบ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.ต.เกรียงไกร แสงยศ สว.สอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีชาวต่างชาติเสียชีวิตใต้หอพักย่านซอยรังสิต-นครนายก 6 จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ตเมนต์ 5 ชั้น ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี บริเวณชั้น 1 หน้าประตูทางเข้า พบผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวต่างชาติ 1 ราย ทราบชื่อ คือ MR.SUNDRY IROKORO สัญชาติไนจีเรีย สภาพศพนอนหงายไม่ใส่เสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำ มีผ้าห่มคลุมปิดตัวอยู่ ตรวจสอบผู้เสียชีวิตไม่พบบาดแผลตามร่างกาย เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง

สอบถามเจ้าของร้านซักรีดที่อยู่ใต้อพาร์ตเมนต์ ทราบว่าผู้เสียชีวิตพักอยู่ชั้น 4 เป็นชาวไนจีเรีย เพิ่งจะมาพักที่อพาร์ตเมนต์ได้ไม่ถึง 2 เดือน ช่วงเกิดเหตุเวลา 05.30 น. ได้มีเพื่อนของผู้ตายสัญชาติเดียวกันช่วยกันพยุงตัวผู้ตายลงมาจากห้อง มารอเรียกรถแท็กซี่เพื่อจะพาผู้ตายไปโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ตายป่วยเป็นโรคหอบและอาการกำเริบแต่ไม่มีรถแท็กซี่ผ่านมา จึงโทรแจ้ง 1169 ขอรถพยาบาล แต่ผู้ตายทนไม่ไหวช็อกเสียชีวิตก่อน โดยเพื่อนผู้ตายสัญชาติเดียวกันบอกว่า เพิ่งรู้จักกับผู้ตายได้ไม่ถึงเดือน และแวะมาหาผู้ตายที่ห้อง

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานก่อนให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊งนำผู้เสียชีวิตพิมพ์ลายนิ้วมือส่งชันสูตรเบื้องต้นที่โรงพยาบาลประชาธิปัตย์ เพื่อหาสาเหตุการตาย พร้อมทั้งจะได้ติดต่อไปยังสถานทูตฯ ให้มารับศพผู้เสียชีวิตส่งกลับประเทศเพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ผู้ช่วยพยาบาลสาวผันชีวิต เช่าซอกตึก-กว้างแค่1.5เมตร เปิดร้านปิ้งลูกชิ้นขาย-เลี้ยงลูก

%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-7

 

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าปทุมทอง โรงพยาบาลพุทธชินราช อ.เมืองพิษณุโลก ย่านนี้เป็นแหล่งที่มีร้านค้าย่อยต่างๆ มาตั้งร้านขายของให้ประชาชนมากที่สุดย่านหนึ่ง

 

เนื่องจากประชาชน นักเรียนนักศึกษาหนาแน่น ทั้งขายน้ำ อาหารการกิน ผลไม้ แต่มีอยู่ร้านหนึ่งที่แตกต่างจากร้านค้าอื่นๆ คือ ร้านเจี๊ยบ ลูกชิ้นซอกตึก เป็นร้านขายลูกชิ้นปิ้งอยู่ติดร้านขายว่านหางจระเข้เพื่อสุขภาพ ซึ่งอยู่ในซอกตึก หน้าร้านมีความกว้างไม่เกิน 1.5 เมตร แต่มีลูกค้าขาประจำแวะเวียนมาอุดหนุนสั่งลูกชิ้นปิ้งอย่างหนาแน่นเป็นประจำทุกวัน

 

นางพรนิภา สิมมาวัน อายุ 41 ปี เจ้าของร้านเจี๊ยบลูกชิ้นซอกตึก เปิดเผยว่า เป็นชาวลำปาง แต่ใช้ชีวิตย้ายไปเรียนและทำงานหลายจังหวัด ก่อนมาขายลูกชิ้นที่พิษณุโลก ก่อนหน้าเคยทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นผู้ช่วยพยาบาลได้รับเงินเดือนไม่มากนัก แต่ค่าครองชีพสูง ตนและสามีจึงย้ายอยู่มาที่พิษณุโลก สมัครเข้าทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ และโรงพยาบาล ม.นเรศวร ส่วนสามีสมัครทำงานที่โรงพยาบาลพุทธชินราช

 

ช่วงระหว่างปี 2547 มีลูกด้วยกัน 1 คน ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงมาเช่าพื้นที่ทางขึ้นหอพักเดือนละ 500 บาท โดยเปิดเป็นร้านขายลูกชิ้นปิ้งไม้ละ 5-10 บาท เพื่อหารายได้ให้กับครอบครัวเพิ่มขึ้น ปรากฏว่ามีลูกค้าเริ่มหน้าแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน โดยในวันจันทร์-ศุกร์จะเปิดขายตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. กระทั่งตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาขายลูกชิ้นเพียงอย่างเดียว

 

นางพรนิภา กล่าวว่า ตนเตรียมน้ำจิ้มด้วยตนเอง และจัดลูกชิ้นไว้ตั้งแต่เช้า เดิมเคยใช้เตาถ่าน แต่ปัจจุบันใช้เตาแก๊ส 2 เตา เพราะช่วงเย็นถึงค่ำลูกค้าจะเข้ามาพร้อมกันจำนวนมาก เตาแรกจะปิ้งอุ่นๆลูกชิ้นไว้ก่อน และใส่ตู้กระจกไว้ เมื่อลูกค้าเลือกก็จะมีปิ้งให้อีกเตา เพื่อลูกชิ้นสุกน่ากิน ตั้งแต่เช้าจะปิ้งลูกชิ้นขายคนเดียว มีลูกค้าคอยช่วยตนปิ้งลูกชิ้นตอนมีลูกค้ามาอุดหนุนมากๆ ประจำ จนสามีเลิกงานจากโรงพยาบาลพุทธชินราชจะมาช่วยอีกแรง

จับได้แล้ว 2 โจ๋ปล้นทุบหัวแม่โคราช ตายต่อหน้าลูก

01234

ตำรวจตามจับ 2 โจ๋ปล้นฆ่าทุบหัวแม่ ตายต่อหน้าลูกที่โคราช จับกุมได้แถวโรงงานผลิตและจำหน่ายกล่องไปรษณีย์ ราคาถูก หลังยังคงก่อเหตุซ้ำๆ สารภาพแต่ปฏิเสธไม่ได้ขโมยทรัพย์สิน ญาติสุดแค้นพุ่งเข้าประชาทัณฑ์

 

จากกรณีข่าวโด่งดังเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่จักรยานยนต์ประกบใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ นางอรุณ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต ต่อหน้าต่อตา เด็กชายเอ (นามสมมติ) ลูกชายวัย 8 ขวบ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: ผกก.งง! ร้อยเวรแจ้งเป็นอุบัติเหตุ คดีโจรฆ่าแม่ต่อหน้าลูก 8 ขวบ

 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (15 ก.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการควบคุมตัว นายเกียรติศักดิ์ ประภาการ อายุ 19 ปี และ นายแบท (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์ นางอรุณ ต่อหน้าลูกชาย บริเวณถนนเลียบคลองชลประทาน อำเภอพิมาย เมื่อคืนวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนั้น เนื่องจากทั้งคู่ได้ก่อเหตุชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายเจ้าทุกข์อีกกรณี บริเวณชุมชนวังบูรพาในเขตเทศบาลตำบลพิมาย เมื่อกลางดึกของวันที่ 14 กันยายน และจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนร้ายคนเดียวกับได้ก่อเหตุเมื่อเดือนสิงหาคมด้วย
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การว่า วันเกิดเหตุพวกตนได้ขี่รถจักรยานยนต์เล่นไปเรื่อยๆ ตามถนนเลียบคลองชลประทานสายพิมาย-ดงใหญ่ จนไปถึงปากทางเข้าบ้านซาด ต.ชีวาน อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จึงได้จอดรถนั่งเล่นที่บ้านร้างข้างทาง

 

ระหว่างนั้นก็พบเห็น นางอรุณและลูกชายได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา พวกตนจึงขับขี่ตามไป ก่อนจะเข้าไปประกบรถของผู้ตาย ก่อนใช้ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ที่พกมาด้วย ฟาดตีเข้าไปบริเวณหมวกกันน็อกของนางอรุณ เหยื่อตกใจบิดคันเร่งหนี จนรถเสียหลักไปชนกิ่งไม้ข้างทางทำให้รถล้มและเสียชีวิต

 

ผู้ต้องหายังให้การอ้างว่า ไม่ได้ลงไปทำร้ายร่างกายเหยื่อซ้ำแต่อย่างใด และทรัพย์สินต่างๆ ก็ไม่ได้เอาไป ซึ่งหลังจากเกิดเหตุพวกตนก็ยังคงตระเวนก่อเหตุในลักษณะดังกล่าว เพื่อต้องการเงินไปเที่ยวเตร่ และมาถูกจับในที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การว่าที่ว่า ผู้ต้องหาไม่ได้นำทรัพย์สินของผู้ตายไป และไม่ได้เข้าไปทำร้ายผู้เสียชีวิต เนื่องจากหลักฐานต่างๆ ค่อนข้างจะแย้งกับคำให้การอย่างสิ้นเชิง

 

ทั้งนี้หลังจากการจับกุมตัวคนร้ายทั้ง 2 คนได้แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ได้มีบรรดาญาติพี่น้องและประชาชนที่ทราบข่าว ต่างพากันมามุงดูขณะการทำแผนประกอบคำรับสารภาพกันเป็นจำนวนมาก พร้อมกับตะโกนด่าทอและคำสาบแช่ง ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน อยู่ตลอดเวลา และเกือบมีเหตุรุมประชาทัณฑ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหยุดการทำแผนฯ ก่อนที่จะควบคุมคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

งามหน้า! วินจยย.พาแหม่มรัสเซียเข้าซอยเปลี่ยว ทำร้ายก่อนชิงทรัพย์

งามหน้า! วินจยย.พาแหม่มรัสเซียเข้าซอยเปลี่ยว ทำร้ายก่อนชิงทรัพย์

  แหม่มรัสเซียเข้าซอยเปลี่ยวแถวบริษัทนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัทและเครื่องพิมพิ์กล่องกระดาษจากญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ทำร้ายก่อนชิงทรัพย์

 

(9 ก.ย.) เมื่อเวลา 06.00 น. ขณะที่ พ.ต.ท.กิตติพงษ์ ศรีชำนาญ สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี กำลังเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น ได้มีนายดนุพล เชียงทองอายุ 26 ปี พลเมืองดี พาตัว น.ส.ไลลา อายุ 28 ปี นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ถูกคนร้ายลวงเข้าที่เปลี่ยวแล้วชิงทรัพย์และทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะเดินร้องไห้ขอความช่วยเหลืออยู่ริมถนนบริเวณซอยตลาดร่มโพธิ์ จอมเทียน

จากการสอบสวน น.ส.ไลลา ให้การว่า หลังจากดื่มเที่ยวจากวอล์กกิ้งสตรีท ได้เรียกวินจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่ที่บริเวณโรงแรมสยามเบย์ชอร์ ไปส่งพักแถวโรงแรมพัทยาปาร์ค แต่ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวได้ขับขี่เลยที่พักเข้าไปในซอยเปลี่ยว ก่อนชายดังกล่าวจะจอดรถจักรยานยนต์แล้วกระชากกระเป๋าสะพาย ภายในทรัพย์สินประกอบด้วยเงินสกุลต่างประเทศจำนวน 100 ดอลลาร์ เงินสด 140 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเอกสารต่างๆ จากนั้นได้ผลักอกจนล้มลงกับพื้นถนนได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกาย หลังจากก่อเหตุชายดังกล่าวก็ได้รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมีพลเมืองดีเข้าช่วยเหลือและพาเข้าแจ้งความกับตำรวจดังกล่าว

 

ภายหลังสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนสั่งการชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบว่าคนร้ายเป็นวินจยย.รับจ้างจริงหรือไม่ หรือกลุ่มคนร้ายแอบแฝงเข้าก่อเหตุลักษณะนี้ อย่างไรก็ตามคงจะต้องเช็คภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางที่ใช้สัญจรไปยังจุดก่อเหตุ เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจขุดศพพี่คนโต 6 เด็กกำพร้าชันสูตรใหม่ สงสัยถูกฆาตกรรม

ตำรวจขุดศพพี่คนโต 6 เด็กกำพร้าชันสูตรใหม่ สงสัยถูกฆาตกรรม

 

จากกรณีที่ เป็นข่าวเรื่องราวชะตาชีวิตลำเค็ญของเด็กชาวเขาเผ่าม้ง 6 คน อยู่ที่บ้านสะพานยาว หมู่ 10 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย หลังจากพ่อแม่เสียชีวิตหมด และได้อาศัยอยู่กับ นายตั่ว แซ่ว่าง อายุ 35 ปี มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ต่อมานายพิภพ แซ่ว่าง อายุ 18 ปี เป็นพนักงานขายกล่องไปรษณีย์ในร้านแห่งหนึ่งรายได้วันละไม่กี่บาท ทนแบกรับภาระเลี้ยงดูน้องไม่ไหว แอบไปกินยาฆ่าแมลง ฆ่าตัวตายในป่า ทิ้งให้น้องเผชิญชะตากรรมตามที่เป็นข่าว (อ่านข่าว : พี่คนโตอายุ 18 แบกรับภาระไม่ไหว กินยาตายทิ้งน้อง 5 ชีวิตเคว้ง)

ล่าสุด พ.ต.อ.สมศักดิ์ หฤรักษ์ ผกก.สภ.ศรีสัชนาลัย ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.สามารถ พึ่งไพศาล รองสว.(สอบสวน) พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ประสานหน่วยกู้ภัยเทพนิมิตร เดินทางเข้าจุดฝังศพนายพิภพ ที่ หมู่ 10 ต.แม่สำ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เพื่อขุดศพขึ้นมาส่งพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเบาะแสสำคัญหลายอย่างที่อาจเชื่อได้ว่า อาจไม่เป็นการฆ่าตัวตาย แต่อาจเป็นการฆาตกรรมอำพราง

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบมาว่า นายพิภพ ผู้ตาย ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาท กับคนในหมู่บ้านเดียวกันมาก่อน และลักษณะการเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ มีพิรุธหลายอย่าง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม จนนำมาสู่การขุดศพนายพิภพ ขึ้นมาเพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง

โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางถึงหมู่บ้านแล้ว ต้องเดินเท้าเข้าป่าขึ้นเขา อีกกว่า 2 กม. จึงพบหลุมศพที่ถูกฝังตามหลักศาสนาคริสต์ อยู่กลางหุบเขาสูง เจ้าหน้าที่จึงทำการขุดหลุมศพลึกลงไปกว่า 1 เมตร ด้วยความยากลำบาก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาทุกวัน ทำให้พื้นดินบริเวณดังกล่าวมีความเหนียวและแฉะ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลากว่า 2 ชม.จึงสามารถนำศพที่อยู่ในสภาพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง ขึ้นมาได้ ก่อนนำศพส่ง ร.พ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน 2-3 วันนี้

สำหรับบัญชีเงินฝากของนายตั่ว แซ่ว่าง อายุ 35 ปี ที่ตอนนี้รับภาระเลี้ยงดูน้องของนายพิภพ จำนวน 5 คน ได้มียอดเงินบริจาค จากผู้ใจบุญเข้าบัญชี นายตั่ว แซ่ว่าง แล้วกว่า 7 แสนบาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขออายัดไว้ไม่ให้มีการเบิกถอนมาใช้จ่าย จนกว่าเรื่องราวทั้งหมดในทางสืบสวนสอบสวนจะกระจ่างชัดต่อไป

สภาพยับเยิน นศ.หนุ่มซิ่งเก๋งเสยท้าย 6 ล้อ ดับสุดสยอง

สภาพยับเยิน นศ.หนุ่มซิ่งเก๋งเสยท้าย 6 ล้อ ดับสุดสยอง

 

นักศึกษาหนุ่มลูกเจ้าของกิจการโรงงานผลิตกล่องกระดาษซิ่งเก๋งมุดท้ายรถ 6 ล้อ สภาพพังยับเยิน เสียชีวิตคาเบาะ ต้องใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงนำร่างออกมาได้

เมื่อคืนวานนี้ (26 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์โตโยต้ายาริส ที่มี นายณัฐ อายุ 23 ปี นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เสียหลักพุ่งชนมุดเข้าไปที่ท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุ สีฟ้า สภาพรถพังเสียหายยับเยิน

เหตุดังกล่าวเกิดบนถนนเลียบรันเวย์สุวรรณภูมิสาย 3 ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ทิศทางจากสนามบินมุ่งหน้าออกถนนบางนาตราด โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้ทั้งอุปกรณ์เครื่องตัดถ่างต่างๆ เพื่อจะงัดซากรถนำร่างคนขับออกมาแต่ก็ไม่สำเร็จ เนื่องจากตัวรถนั้นอัดก็อปปี้เข้าไปเกือบทั้งคัน

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้รถดับเพลิงและรถยกเข้ามาฉุดดึงรถจนสามารถออกมาได้สำเร็จซึ่งใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง จึงสามารถกู้ร่างของนักศึกษาหนุ่มที่เสียชีวิตออกมาได้

จากการสอบถาม นายสมศักดิ์ อายุ 25 ปี คนขับรถบรรทุก ให้การว่า ขณะขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งมีฝนตกลงมาตลอดทาง ตนจึงขับอย่างช้าๆ ในช่องทางเลนซ้ายสุด จู่ๆ ได้ยินเสียงรถชนท้ายและกระแทกอย่างจัง ทำให้รถพุ่งไถลจากจุดที่ถูกชนจนมาระยะทางประมาณ 200 เมตร เมื่อลงมาตรวจสอบพบว่ามีรถพุ่งชนท้าย และมัคนขับติดภายใน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่สุดท้ายก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจจะขับรถคันดังกล่าวมาด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงจุดดังกล่าวพบเห็นรถบรรทุกขับช้าๆ อยู่ตรงหน้า จึงทำให้เสียหลักพุ่งชนท้ายอย่างแรงเป็นเหตุทำให้เสียชีวิต เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันและจะติดตามแจ้งญาติให้ทราบต่อไป

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก Workpoint News

จ่อออกหมายจับ 3 ผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มหัวหิน คาดหนีลง 3 จว.ใต้

จ่อออกหมายจับ 3 ผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มหัวหิน คาดหนีลง 3 จว.ใต้

 

thaipbs

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (18 ส.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยภาพผู้ต้องสงสัย 3 คน คดีลอบวางระเบิดย่านบาร์เบียร์แถวร้านขายว่านหางจระเข้เพื่อสุขภาพและหอนาฬิกาหัวหิน โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพทั้ง 3 คนสวมหมวกอำพรางใบหน้า ซึ่ง 1 ในผู้ต้องสงสัย ถือถุงพลาสติกที่คาดว่าน่าจะซุกซ่อนระเบิดไว้ รวมทั้งขณะลงมือก่อเหตุในย่านบาร์เบียร์และจุดที่เดินออกมาจากตลาดฉัตร์ไชย

หลังนำระเบิดเพลิงที่ประกอบจากเพาเวอร์แบงค์ไปวางไว้ 2 จุด จากนั้นไปซื้อเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตแขนสั้นและแขนยาวจากแม่ค้าเพื่อเปลี่ยนอำพราง ก่อนที่จะหลบหนีออกจากพื้นที่ในวันเดียวกัน

เจ้าหน้าที่คาดว่า ผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุในวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเดินไปตามจุดสำคัญรอบเมืองหัวหินและแบ่งหน้าที่กันก่อนลงมือ เพื่อไม่ให้มีพิรุธ ขณะนี้ทราบชื่อของทั้ง 3 คนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ อยู่ระหว่างการติดตามตัว คาดว่าหลบหนีไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่ได้หลบออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ส่วนระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุในครั้งนี้มี 2 ชนิด คือ ไปป์บอมบ์จุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือและระเบิดเพลิงห่อด้วยพาวเวอร์แบงค์ ซึ่งเป็นชนิดเดียวกันที่ก่อเหตุในจังหวัดอื่นที่ถูกลอบวางระเบิดในช่วงเดียวกัน

อุตุฯเผยตอ.และใต้มีฝนหนักกทม.ตกฟ้าคะนอง

อุตุฯเผยตอ.และใต้มีฝนหนักกทม.ตกฟ้าคะนอง

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วน กทม.ปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ขอปชช.ระวัง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 10 สิงหาคม 2559 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกและภาคใต้ยังคงมีฝนตกและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดจันทบุรีแถวโรงงานผลิตกล่องพัสดุไปรษณีย์ และจ.ตราด ระนอง พังงา ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีโอกาสเกิดฝนตกในระหว่างบ่ายถึงค่ำ

สำหรับ พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 06:00 น.วันนี้ – 06:00 น.วันพรุ่งนี้มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ผัวเมียสารภาพตบตีกัน ทำรถบรรทุกข้ามเลน ประสานงาเก๋งดับสยอง

ผัวเมียสารภาพตบตีกัน ทำรถบรรทุกข้ามเลน ประสานงาเก๋งดับสยอง

อุบัติเหตุสยองกลางดึก รถบรรทุกหมูพุ่งข้ามเลน-คว่ำเทกระจาด ชนประสานงาเก๋งเคราะห์ร้าย ดับสยอง 1 ศพ ผัวเมีย  6 ล้อสารภาพตบตีกันระหว่างทาง

เมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ (2 ส.ค.) ร.ต.อ.ประพันธ์ เรืองสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล บริเวณถนนรังสิต-นครนายกขาออก หน้าศูนย์บริการฮอนด้าคลองหก จ.ปทุมธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ติดภายในซากรถ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.ธัญบุรี และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

จุดเกิดเหตุพบรถยนต์วอลโว่ สีน้ำเงิน จอดอยู่กลางถนน ด้านหน้าถูกเฉี่ยวชนพังยับเยินกลายเป็นซากเหล็ก มีผู้เสียชีวิตติดอยู่คาซาก ทราบชื่อคือ นายกวินวุฒิ อายุ 27 ปี และยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงอีกคน ทราบชื่อคือ นางสาวบังอร อายุ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ไม่ไกลกันนักพบรถบรรทุก 6 ล้อ ขนส่งชิ้นส่วนชำแหละหมู เสียหลักข้ามเกาะกลางถนนมาพุ่งชนกับรถยนต์คู่กรณี อยู่ในสภาพตะแคงข้าง ทำให้ชิ้นส่วนหมูที่บรรทุกมาเทกระจัดกระจายไปเต็มพื้นถนน ขณะที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ทราบชือคือ นายสุพรรณ อายุ 51 ปี และ นางสาวทัศนีย์ อายุ 47 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน

จากการสอบถาม นางสาวทัศนีย์ ให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังนำเอาชิ้นส่วนชำแหละหมูมาจากคลอง 13 เพื่อนำไปส่งลูกค้าที่ตลาดยิ่งเจริญแถวร้านขายซองกันกระแทก ย่านสะพานใหม่  เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุ ตนกับสามีเกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน กระทั่งถึงขั้นลงไม้ลงมือ เป็นเหตุทำให้รถบรรทุกเสียหลัก พุ่งข้ามเกาะกลางถนน ก่อนจะพุ่งชนประสานงากันรถเก๋งคู่กรณีดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการอายัดตัวโชเฟอร์ขับรถบรรทุกคันดังกล่าวเอาไว้ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ก่อนจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ระทึก! พบระเบิด-ปืนซุกกล่องพัสดุคาสุวรรณภูมิ

ภาพประกอบข่าว

ระทึก! ตร.พบระเบิด-ปืนซุกกล่องไปรษณีย์คาสุวรรณภูมิ ส่งปณ.ปลายทางจังหวัดภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่คลังสินค้าภายในประเทศ ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่าพบวัตถุต้องสงสัยบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุไปรษณีย์ จำนวน 3 กล่อง ที่กำลังเตรียมนำขึ้นเครื่องบินเพื่อไปส่งยังจุดหมายปลายทาง หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจึงรุดตรวจสอบ

ทั้งนี้ การตรวจสอบภายในกล่องพัสดุ พบสิ่งเทียมอาวุธปืนหรือปืนบีบีกัน แบบแม็กกาซีน จำนวน 1 กระบอกแบบลูกโม่ ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก ที่ถูกดัดแปลงพร้อมใช้งานได้จริงและเครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 5 นัดและระเบิดสังหาร ชนิดขว้าง M 67 A 2 จำนวน 1 ลูกปลายทางของพัสดุทั้ง 3 กล่อง จะถูกส่งไปยัง จ.ภูเก็ต